หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
DBSบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
“รอผลเลือกตั้ง แต่บวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐดี”
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : --
ภาวะตลาดและปัจจัย : SET วานนี้ +6.38 จุด ปิดที่ 1634.00 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบางที่ 39.6 พันล้านบาท ดัชนีบ้านเราปรับขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคแถบนี้ SET ได้รับผลบวกข่าวเฟดคงดอกเบี้ยตามคาด สิ่งที่ดีคือ จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยตลอดปีนี้ น้ำมันปรับขึ้นดี ผลของเฟด-ดอลลาร์อ่อนมาก บาทแข็ง บอนด์ยิลด์สหรัฐดิ่งลง แต่รอดูผลการเลือกตั้งของไทย ผู้ซื้อสุทธิคือ สถาบัน 3.2 พันล้านบาท และพอร์ตโบรกเกอร์ซื้อเล็กน้อย สำหรับผู้ขายสุทธิเป็นรายย่อย 2.6พันลบ.และนักลงทุนต่างชาติ 0.8 พันลบ.ตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงปัจจุบันต่างชาติขายสุทธิแล้ว 13.5 พันล้านบาท ด้านแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์วันนี้คือ
# ระยะสั้นคาด SET Sideways รอผลการเลือกตั้งไทย แต่ปัจจัยต่างประเทศค่อนไปทางบวก คือ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดออกมาดี ระยะนี้หุ้นเทคโนโลยีหนุนดาวโจนส์ การเจรจาการค้าคืบหน้า มีการไปเยือนกันระหว่างสหรัฐกับจีน สำหรับดาวโจนส์ล่วงหน้าและตลาดเพื่อนบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้านปัจจัยในประเทศที่ดีคือตัวเลขส่งออก ก.พ.62 ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ที่ 5.9% แต่เพราะมีรายการพิเศษ
# ปัจจัยที่มีโอกาสหนุนนำดัชนีฯช่วงปลายเดือนนี้ คือ การเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยจาก MSCI มาช่วย หลังนำ NVDR มาร่วมคำนวณ รวมทั้งการปิดไตรมาส 1/62 จะมีWindow Dressing หรือไม่ ยังต้องติดตามผลการเจรจาการค้า และความคืบหน้าของ Brexit
# กลยุทธ์ คือ เก็งกำไรรอบสั้นแนวต้านเป็น 1640-1645 จุด แต่หากกลับมีแรงขาย แนวรับเป็น 1620,1610 จุด ไม่ควรคาดหวังผลตอบแทนสูง ด้านการซื้อลงทุนระยะกลาง ทยอยสะสม โดยมีดัชนีฯเป้าหมายทางพื้นฐานปี 2562 ยังเป็น 1750 จุด (+0.9 SD ที่ P/E 16.7 เท่า) ด้วยคาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรของตลาดฯปี 62 ที่+8% y-o-y แนะนำทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี หุ้น Top Pick ในงวด 1Q62 คือ AOT,BBL,CPALL,HANA,PTT และ WHA
 
หุ้นเด่น WHA : ข้อดีคือ คาดว่ารายได้นิคมฯปี 62 กลับมาฟื้นตัวสูง ในอัตรา 65% y-o-y สืบเนื่องจากการขายนิคมในปี 61 มามากในช่วงปลายปี ยอดขายรอโอน(Backlog) จึงสูงเป็น 654 ไร่ เทียบกับปลายปี 60 ที่ 306 ไร่ ด้านยอดขายนิคมฯในปี 61ทำได้ 975 ไร่ ใกล้เคียงกับปี 60 ส่วนเป้าหมายปีนี้บริษัทตั้งไว้ที่ 1,600 ไร่ แต่ในประมาณการเราให้ไว้ที่ 1,000 ไร่ไว้ก่อน คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปี 62 และ 63 เป็น +22%/+4% กำหนดราคาพื้นฐานเป็น 4.92 บาท ซึ่งประเมินด้วยส่วนลด 10% จากมูลค่า SOP ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 17%
 
การวิเคราะห์ทางเทคนิค : ระยะสั้น สัญญาณ Candlestick & Indicators เปลี่ยนกลับเป็นบวกเล็กๆอีกครั้ง {“ปิดบวก”เหนือ“SMA10วัน”ไม่มาก (โดยถูกกดดันจาก“โครงสร้างขาลง – ระยะกลาง”)} ชี้ความน่าจะเป็นของตลาดฯวันนี้“แกว่ง”แบบมีลุ้นรีบาวด์ฯสั้นๆก่อน(แล้วจึงลงต่ำ,ตามมา)ได้ แนวต้าน 1640 – 1645 (หรือ1650) จุด {แนวตัดขาดทุน “ต่ำกว่า 1630” (แนวรับย่อย “1620 – 1610”) จุด}
 
สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะทำ New High ที่เข้ามาใหม่คือ TTCL,ADVANC,TOP,BCH,ACAP,RS หุ้นที่ยังอยู่ใน List คือ GOLD,BBL,BGRIM,RATCH,DCC หุ้นที่หลุดList คือ ไม่มี ส่วนหุ้นที่อยู่ในพื้นที่หาจังหวะ Take Profit คือ TCAP,STPI,BDMS 
Thailand Research Team : reseach-th.dbs.com
 
Inside Story
Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ
Company Guide : SIRI (Fully Valued -ราคาพื้นฐาน 1.13)
VGI (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 8.49)
STOCK in Focus : RJH : โรงพยาบาลที่กำลังเติบโตและมี P/E ต่ำกว่ากลุ่ม
Key Takeaways : IVL (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 65.00)
In The News : PTTEP : ซื้อกิจการสำรวจและผลิตในมาเลเซีย
ส่งออกไทย : เดือนก.พ.62 เติบโตเพราะการส่งคืนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่นำเข้ามาร่วมซ้อม
รบให้กับสหรัฐ
Turnover List Watch : คาดไม่มีหลักทรัพย์ติด Cash Balance แต่ขยายเวลา DDD
 
 
Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
+ สหรัฐ: ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง
# ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดีดตัวสู่ระดับ 13.7 ในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.0 จากระดับ -4.1 ในเดือนก.พ.
# ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ221,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ทางด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
 
+ สหรัฐ: หุ้น Apple ปรับตัวขึ้นดีมาก หนุนตลาดหุ้นนิวยอร์ค
# หุ้นแอปเปิล ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์จำนวน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.7% หลังจากบริษัทนีดแฮมได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุนของหุ้นแอปเปิล สู่ระดับ "strong buy" จาก "buy"
# ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของหุ้นแอปเปิลช่วยหนุนหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้นด้วย โดยหุ้นอเมซอนดอทคอม เพิ่มขึ้น1.2% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ เพิ่มขึ้น 0.7% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.3% หุ้นเฟซบุ๊ก เพิ่มขึ้น 0.4% หุ้นอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล เพิ่มขึ้น 0.8% หุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 1.5% หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ เพิ่มขึ้น 1.3% และหุ้นไมครอน เทคโนโลยีส์ ทะยานขึ้น9.6%
 
+ สหรัฐ: ผู้แทนการค้าสหรัฐจะไปเยือนจีนปลาย มี.ค.นี้
# นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนยืนยันว่า คณะผู้แทนการค้าสหรัฐ ซึ่งนำโดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของจีนในวันที่ 28-29 มี.ค.นี้ เพื่อเจรจากับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ส่วนนายหลิว เหอ และคณะ จะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันในสัปดาห์แรกของเดือนเม.ย. เพื่อหารือกับคณะเจรจาการค้าของสหรัฐ
 
+ ภาวะตลาดหุ้นสหรัฐ : ดาวโจนส์ปรับขึ้นดี สะท้อนตัวเลขเศรษฐกิจดี และหุ้น Apple พุ่ง
# ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,962.51 จุด เพิ่มขึ้น 216.84 จุด หรือ +0.84% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่2,854.88 จุด เพิ่มขึ้น 30.65 จุด หรือ +1.09% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,838.96 จุด เพิ่มขึ้น 109.99 จุด หรือ +1.42%
# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) เนื่องจากการดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นแอปเปิลได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลงมากกว่าคาดนั้น ยังช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ
 
- ภาวะตลาดน้ำมัน : WTI ปรับลง หลังดอลลาร์แข็งค่า
# สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 25 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 59.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 64 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 67.86 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงสวนทางกับการคาดการณ์ รวมทั้งการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปก)
 
- ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก : ปรับเพิ่ม หลังเฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย
# สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 5.6 ดอลลาร์ หรือ 0.43% ปิดที่1,307.30 ดอลลาร์/ออนซ์
# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด พร้อมส่งสัญญาณว่าจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สกัดแรงบวกของสัญญาทองคำในระหว่างวัน
 
• ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสัปดาห์นี้
# นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนม.ค.
 
ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์
+ คาด MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย หลังจากนำ NVDR เข้าคำนวณ
# MSCI: ตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) ลุ้น MSCI Index ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยจาก 2.5% เป็น 3% ในช่วงราว 29 มี.ค.62 นี้มั่นใจช่วยดึงเงินต่างชาติไหลกลับ ด้านโบรกฯคาดฟันด์โฟลว์เข้ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท พร้อมแนะ 4 หุ้นที่จะได้เข้าคำนวณดัชนี MSCI รอบเดือนพ.ค.62 INTUCH, DTAC, RATCH และ CENTEL (ข่าวหุ้น 7 มี.ค.62 )
 
+/• ส่งออกไทยในเดือน ก.พ.62 กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ที่ 5.9%
# สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ แถลงการส่งออกไทยในเดือน ก.พ.62 กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ที่ 5.9% ที่มูลค่า 21,553 ล้านดอลลาร์ แต่หากหักสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธมูลค่าการส่งออกจะหดตัวลง 4.9%
# สำหรับเป้าหมายการส่งออกในปีนี้ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ที่ 8% นั้น ในสัปดาห์หน้า น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์จะได้หารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้งหลังจากที่หลายหน่วยงานส่วนใหญ่ได้ประเมินเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้ไว้ว่าจะอยู่ในระดับไม่เกิน 5%
 
+ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน ก.พ.62 เพิ่มขึ้น
# สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน ก.พ.62 ว่าดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 95.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 93.8 ในเดือน ม.ค.62 โดยปรับตัวสูงสุดในรอบ 6 ปีนับจากเดือนกุมภาพันธ์2556 และมีแนวโน้มดีขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากกำลังซื้อดีขึ้นและได้รับกระแสการเลือกตั้งช่วยหนุนด้านจิตวิทยารวมทั้งจากการปรับเพิ่มขึ้นในองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการ
 
-ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน ก.พ.62 อยู่ที่ 100,550 คัน ลดลง 1.63% y-o-y
# สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน ก.พ.62 อยู่ที่ 100,550 คันลดลง 1.63% จากเดือน ก.พ.61 โดยส่งออกลดลงในตลาดออสเตรเลีย ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกากลาง และอเมริกาใต้เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัวลง
 
+ ส.อ.ท.มองฐานะประชาชนหลังเลือกตั้งจะดีขึ้น
# ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินภาพรวมหลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ว่า ไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นใครก็ตาม เศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้น ความเชื่อมั่นการลงทุนน่าจะมาแน่นอน แม้ว่าสงครามการค้าจะยังมีอยู่การส่งออกอาจจะยังไม่ดี แต่มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่จะดีขึ้น ถ้าทุกคนทำตามนโยบายและดูเรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกัน
 
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com
 
 
 

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!