คปภ.เปิดหลักสูตร Super วปส. รุ่นที่ 3 ห้องเรียนสุดยอดผู้นำ...ที่ไม่ได้มีแค่บทเรียนติดอาวุธทางความรู้สู่ทิศทางการกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัย รับมือความเสี่ยงยุคใหม่
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) เปิดอบรมหลักสูตร Super วปส. รุ่นที่ 3 อย่างเป็นทางการ โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ `Shaping the Future : Emerging Trends in Insurance Regulatory Framework`ตอกย้ำบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง
เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า หลักสูตร Super วปส. เป็นหลักสูตรที่พัฒนาต่อยอดมาจากหลักสูตร วปส. ที่มุ่งพัฒนาเครือข่ายผู้นำระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชน ให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงในมิติต่าง ๆ ตลอดจนการนำเสนอ แนวทางการรับมือกับปัญหาและอุปสรรคที่องค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน เพื่อนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและความเสี่ยงที่หลากหลาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่ยากจะคาดการณ์ได้ ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยต้องเร่งปรับตัวและออกแบบกลยุทธ์ใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนมากยิ่งขึ้น
สำหรับ การอบรม Super วปส. รุ่นที่ 3 นี้ มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 67 คน ซึ่งทางสถาบันฯ ได้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่เข้ารับการศึกษาอบรม โดยเป็นผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กรจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นศิษย์เก่าหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง ตั้งแต่รุ่นที่ 1-12 ที่มีคุณสมบัติและประวัติดีเด่น เข้าร่วมกิจกรรมของหลักสูตร วปส. อย่างสม่ำเสมอ หรือทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และสถาบัน วปส. เข้ามาร่วมอบรมหลักสูตร
โดยในปีนี้รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัยของสำนักงาน คปภ. ได้เข้าร่วมการอบรมด้วย สะท้อนถึงความสำคัญของหลักสูตรในการยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของอุตสาหกรรมประกันภัยและมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยกำหนดจัดการอบรมระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน 2568 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับองค์ความรู้ที่เข้มข้น ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารความเสี่ยง และสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำในวงการได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบหลักสูตรให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ แนวโน้มความเสี่ยงอุบัติใหม่ (Emerging Risks) ที่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ตลอดจนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech) และนวัตกรรมในการบริหารความเสี่ยง
เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ เสริมด้วยมีกิจกรรม Super CEO Special Talk ซึ่งเป็นเวทีพิเศษที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับ การอบรมได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมประกันภัยและภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงการจัดทำเอกสารวิชาการ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในอนาคต
“สำนักงาน คปภ. และสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง จะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาผู้นำในอุตสาหกรรมประกันภัยอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงให้กับทุกภาคส่วน และผลักดันให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ผ่านการพัฒนางานวิจัยด้านการประกันภัยการบริหารความเสี่ยง และการส่งเสริมองค์ความรู้แก่บุคลากรในภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแล รวมทั้งการสนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีประกันภัย เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย