'บาจา' คือใคร ?
'บาจา' คือใคร ?
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยการทำรองเท้าหนังแบบเย็บมือที่เก่าแก่กว่า 8 ช่วงอายุ (Generations) จากรุ่นลูกสู่รุ่นหลาน จวบจนกว่า 300 ปี และกลายเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์บาจา โดยที่ มิสเตอร์โทมัส บาจา (Mr.Thomas Bata) ต้องรับช่วงต่อจากบรรพบุรุษ สืบทอดธุรกิจของครอบครัวเพียงผู้เดียว แบรนด์รองเท้าบาจา ได้ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองชลิน "ประเทศเชคโกสโลวาเกีย" ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.1894 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นจุดเปลี่ยนของการผลิตรองเท้าแบบเก่าที่ต้องเย็บมือแบบคู่ต่อคู่ มาสู่สายพานการผลิตที่ทันสมัยเป็นครั้งแรก
ธุรกิจของแบรนด์บาจาใช้เวลาเพียงแค่ 10 ปี แต่มิสเตอร์ บาจา กลับสามารถสร้างรายได้ และสร้างให้แบรนด์ บาจา เป็นแบรนด์รองเท้าฮิตติดลมบน จนมียอดการผลิตที่สูงถึงวันละ 2,200 คู่ และเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงปีละ 2 ล้านคู่!
กับ บาจา (ประเทศไทย)
สำหรับในประเทศไทย บาจา ได้ดำเนินธุรกิจคู่กับคนไทยมายาวนาน ตั้งแต่ปี 2472 หรือกว่า 94 ปีแล้ว โดยสาขาแรกอยู่ที่ถนนเจริญกรุง เริ่มต้นจากการผลิตรองเท้านักเรียนด้วยพนักงานเพียง 15 คน จนมาถึงปัจจุบันที่มีพนักงานมากถึง 500 คน และมีช็อปที่ได้รับการดีไซน์แพลตฟอร์มเดียวกับประเทศในแถบเอเชีย กว่า 280 สาขา ทั้งในศูนย์การค้า สตรีทช็อป และเดสติเนชั่น ช็อป (Destination Shop) โดยยังคงเน้นการเป็นผู้นำการผลิตรองเท้าสำหรับทุกคนในครอบครัว คุณภาพเหมาะสมกับราคา
ประวัติ!!!!..... บาจายาวนานกว่า ๑๐๐ ปี ยืนยันบริหารจัดการ ยิ่งกว่ามืออาชีพ พูดง่าย ๆ ว่าเหนือกว่า
มืออาชีพ ธุระกิจสืบทอดมาจนถึง โทมัส เจ บาจา ทายาทรุ่นที ๑๐ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดวงดีแล้ว หรือโชคช่วย แต่เป็นการแสดงถึงความสามารถเหนือมืออาชีพชนิดที่ทิ้งกันแบบไม่เห็นฝุ่น
"การที่ผมเป็นลูกคนเดียวของพ่อ ผู้เป็นตำนานบาจา เป็นเหมือนดาบสองคม ในแง่ลบทุกคนตั้งความหวังจากผม ผมก็ต้องการเรียกร้องความเป็นตัวของตัวเอง อยากหลีกหนีให้ไกลจากเงาของพ่อและแม่ เมื่อใดที่ผมประสบกับความสำเร็จ ผมก็จะกลายเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่เมื่อใดถ้าหากผมเกิดพลาดพลั้ง ขึ้นมาไม่ประสบผลสำเร็จ ผมก็จะถูกตำหนิว่าผมทำธุระกิจของครอบครัวล้มเหลว แต่ผมโชคดี ข้อเปรียบเทียบเหล่านี้ถูกลบไปจนหมดสิ้น"
สันติ วิลาสศักดานนท์ เขียนไว้ในคำนำ ว่า
"การฟันฝ่าอุปสรรคมาได้กระทั้งยามสงคราม กลยุทธ์การเอาตัวรอด กลยุทธ์การตลาดในการขยายธุรกิจ การมองตลาด หาโอกาสทำธุรกิจได้ตลอดเวลา เป็นการแสดงถึงภาวะผู้นำ และวิสัยทัศน์ จนสามารถนำองค์กรอยู่ยืนยงมาได้"
ในหมู่พ่อค้าคนจีน มีคำกล่าวว่า ธุรกิจครอบครัวมักรุ่งเรืองอยู่ได้ ๓ ชั่วอายุคน รุ่งเรืองรุ่นพ่อ รุ่นลูกประคองไว้ได้ และมักมาเจ๊งที่รุ่นหลาน....!!!!
แต่บาจา ได้พิสูจน์แล้วว่า....ไม่ไช่
อ้างอิง
- ข้อมูลบางส่วน ได้นำมาจาก บทความไทยรัฐ ของ คุณกิเลน ประลองเชิง
- sanook แคมปัส
โดย มงคล ลีลาธรรม
นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย














