พาณิชย์ ส่งสายตรวจลงพื้นที่แหล่งปลูกข้าวโพด ดูแลการซื้อขาย ป้องเกษตรกรโดนเอาเปรียบ

พาณิชย์ ส่งสายตรวจลงพื้นที่แหล่งปลูกข้าวโพด ดูแลการซื้อขาย ป้องเกษตรกรโดนเอาเปรียบ
กรมการค้าภายในรับลูก 'พิชัย' ส่งสายตรวจพิเศษลงพื้นที่แหล่งปลูกข้าวโพดสำคัญ ทั้งสระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ตรวจสอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อป้องปรามการกดราคารับซื้อ เอาเปรียบเกษตรกร ย้ำปิดป้ายแสดงราคา กำหนดราคาตามเปอร์เซ็นต์ความชื้น อัตราการหักน้ำหนักความชื้นให้ชัดเจน และตรวจเข้มการขนย้ายพื้นที่ชายแดน ยันตรวจพบดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด
นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ดำเนินการตามนโยบายนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบรักษาสมดุล ทั้งด้านราคาและผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง
ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบต่อราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในภาพรวม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสกดราคารับซื้อ เกิดการกักตุนสินค้า ทำให้เกิดความปั่นป่วนในระบบราคาสินค้า ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ลานรับซื้อ) ในพื้นที่ จ.สระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญในเขตพื้นที่ภาคกลาง พบว่า ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีการแสดงราคารับซื้อ ความชื้น ไม่เกิน 14.50% ราคา 9.10-9.70 บาท/กิโลกรัม (กก.) และความชื้น 30% ราคา 6.67–7.20 บาท/กก.
ส่วนสถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังมีการรับซื้อข้าวโพดตามปกติ โดยความชื้นที่เกษตรกรนำมาจำหน่าย มีความชื้นสูงเฉลี่ย 33% เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน ในพื้นที่มีฝนตกมาก ทำให้เกษตรกรรีบเก็บเกี่ยวข้าวโพดมาจำหน่าย ซึ่งกรมได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการห้ามกดราคารับซื้อ ปิดป้ายแสดงราคาให้ถูกต้อง โดยแสดงรายละเอียดการรับซื้อตามความชื้นที่กำหนด รวมทั้งอัตราการหักลดน้ำหนักความชื้นให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบ พบผู้ประกอบการใช้เครื่องวัดความชื้นโดยไม่มีคำรับรองจากสำนักงานชั่งตวงวัด จำนวน 1 ราย เจ้าหน้าที่ได้จับกุมส่งพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ ดำเนินการตาม มาตรา 70 แห่ง พรบ.ชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
นายอุดม กล่าวว่า กรมยังได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามสถานการณ์การรับซื้อสินค้าเกษตร และการขนย้ายสินค้าเกษตร ในเขตพื้นที่แนวชายแดนอย่างต่อเนื่องด้วย เพื่อเป็นการป้องปรามการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัติไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด
โดยเฉพาะการขออนุญาตขนย้ายสินค้าเกษตรในพื้นที่ควบคุม จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยหากประชาชนพบเห็นพฤติการที่เข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะมีการตรวจสอบให้ความเป็นธรรม
โดยหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่มีการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท กรณีการแสดงราคารับซื้อไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และการลักลอบขนย้ายหรือการขออนุญาตขนย้ายไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และกรณีกดราคารับซื้อ กักตุนสินค้า ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท
ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่า จะแจ้ง ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 กรณีใช้เครื่องวัดความชื้นที่ไม่มีการให้คำรับรอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพ.ร.บ.ชั่ง ตวง วัด พ.ศ.2542
















