พิชัย ถกรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ผนึกกำลังรับมือเศรษฐกิจโลก เจรจาสหรัฐฯ สร้างสรรค์

พิชัย ถกรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ผนึกกำลังรับมือเศรษฐกิจโลก เจรจาสหรัฐฯ สร้างสรรค์
พิชัย ใช้เวทีประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก ที่เกาหลีใต้ หารือร่วมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ผนึกกำลังรับมือความท้าทายเศรษฐกิจโลก เรียกร้องหลีกเลี่ยงใช้มาตรการกีดกันทางการค้า และใช้ช่วงเวลาผ่อนปรนภาษีจากสหรัฐฯ เดินหน้าเจรจาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้า
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Ministerial Caucus) ซึ่งจัดควบคู่กับการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก (Ministers Responsible for Trade : MRT) ณ เมืองเชจู สาธารณรัฐเกาหลี
ร่วมกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจจากประเทศสมาชิกอาเซียนในเอเปก อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน เพื่อหารือสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือทางการค้าในภูมิภาค และการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในช่วงเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน
ทั้งนี้ ที่ประชุมยืนยันจุดยืนร่วมของอาเซียนในการสนับสนุนระบบการค้าเสรีที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และอิงตามกฎเกณฑ์สากล พร้อมเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า และถือโอกาสจากการที่สหรัฐฯ ระงับมาตรการภาษีชั่วคราว 90 วัน เป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาอย่างสร้างสรรค์เพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้า
“รัฐมนตรีอาเซียนเห็นพ้องกันว่าความเป็นเอกภาพของภูมิภาค และการตอบสนองอย่างทันท่วงที ต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาเซียนยังคงมีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลก โดยจะเร่งพัฒนาความร่วมมือเชิงรุก เช่น การยกระดับความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA) ให้ทันต่อบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ และเน้นย้ำความสำคัญของระบบการค้าพหุภาคีในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว”นายพิชัยกล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ SME ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ผ่านมาตรการสนับสนุนในระยะสั้นและระยะยาว เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การพัฒนาองค์ความรู้ และการส่งเสริมการขยายตลาดส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)
ปัจจุบัน อาเซียนถือเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก มีประชากรรวมประมาณ 680 ล้านคน คิดเป็น 8.5% ของประชากรโลก และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Nominal GDP) รวมกันราว 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนศักยภาพและบทบาทที่สำคัญของภูมิภาคในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่















