ข่าวดี ผู้เลี้ยงปลากะพง-กุ้งขาว'พาณิชย์'เชื่อมโยง ห้างแม็คโคร-โลตัส 'รับซื้อปลากะพง'กว่า 3,200 ตัน ทั่วประเทศ ช่วยเกษตรกรมีรายได้ทันทีกว่า 430 ล้านบาท

ข่าวดี ผู้เลี้ยงปลากะพง-กุ้งขาว'พาณิชย์'เชื่อมโยง ห้างแม็คโคร-โลตัส 'รับซื้อปลากะพง'กว่า 3,200 ตัน ทั่วประเทศ ช่วยเกษตรกรมีรายได้ทันทีกว่า 430 ล้านบาท
กรมการค้าภายใน ดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ โดยการแก้ไขปัญหาราคาและตลาดรองรับ หนึ่งในมาตรการ คือเชื่อมโยงผู้ประกอบการค้าปลีก ค้าส่ง เป็นตลาดรองรับเพิ่มเติมจากตลาดทั่วไป โดยกรม ร่วมกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ดำเนินโครงการ’แม็คโคร-โลตัส เคียงข้างเกษตรกรไทย’ ปล่อยคาราวานรถรับซื้อปลากะพงจากเกษตรกรผู้เลี้ยงแล้วใน 5 จังหวัด (ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 จนถึงปัจจุบัน)
ปริมาณ 3,200 ตัน ทำให้เกษตรกรมีรายได้แล้วกว่า 430 ล้านบาท เร่งเดินหน้าโครงการเชื่อมโยงการจำหน่าย ยกระดับราคาปลากะพงให้สอดคล้องต้นทุน พร้อมขยายกิจกรรมรณรงค์บริโภคกุ้ง ดูแลราคากุ้งขาวแวนนาไมในช่วงผลผลิตออกตลาดมาก ครอบคลุม 30 จังหวัด เป้าหมายกว่า 5,450 ตัน
นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นที่ อ.บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และปล่อยคาราวานรับซื้อปลากะพง ณ บ่อเกษตรกรในอำเภอบางปะกง โดยเปิดเผยว่า กรมการค้าภายในเดินหน้าส่งเสริมการประกอบอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ตามนโยบาย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้มีนโยบายให้แก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในพื้นที่อย่างทันท่วงที และเน้นทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด กรมการค้าภายในจึงได้ดำเนินโครงการร่วมกับบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการรับซื้อปลากะพงจากเกษตรกรภายใต้โครงการ ‘แม็คโคร-โลตัส เคียงข้างเกษตรกรไทย’

นางสาวญาณี กล่าวต่อว่า “โดยในวันนี้ กรมฯ และผู้บริหาร ซีพีฯ ได้ร่วมกันปล่อยคาราวานรับซื้อปลากะพง ณ บ่อเกษตรกร ในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อนำไปจำหน่ายในห้าง แมคโคร และโลตัส ร่วม 170 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่าย และยกระดับราคาปลากะพงให้กับเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
โดยกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ต้นปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มีการรับซื้อปลากะพงจากเกษตรกรในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ปัตตานี สงขลา และนครสวรรค์ รวมปริมาณกว่า 3,200 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 430 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันราคาปลากะพงยังได้ราคาดีต่อเนื่อง
โดยกิจกรรมดังกล่าวกรมการค้าภายในได้ดำเนินมาตรการเชื่อมโยงการระบายสินค้าปลากะพงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน และจะดำเนินการต่อไป เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตในราคาที่เหมาะสม ไม่ต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในพื้นที่ต่างๆ รู้สึกดีใจที่ภาครัฐและเอกชนเข้ามาดูแลช่วยเหลือ ทำให้มีรายได้ที่เพียงพอ และมีกำลังใจในการประกอบอาชีพต่อไป”
นางสาวญาณี กล่าวต่ออีกว่า “กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในขอขอบคุณ บริษัท ซีพี แอ๊กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ที่เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญของกรมในการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งกรมฯ ได้มีการประสานความร่วมมือกันมาโดยตลอด เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากเกษตรกรมาจำหน่าย
ทั้งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการขยายตลาดด้วยการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย การรณรงค์บริโภค หรือแม้กระทั่งเป็นช่องทางในการจำหน่ายในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก เช่น ผลไม้ กุ้งขาวแวนนาไม และปลากะพง เป็นต้น ซึ่งกรมฯ ได้รับความร่วมมือที่ดีมาโดยตลอด”
นอกจากนี้ รองอธิบดียังได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กุ้งขาวแวนนาไม ในพื้นที่ ต.บางเกลือ อ.บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งขณะนี้กุ้งขาวแวนนาไมอยู่ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ซึ่งกรมฯ ได้มีมาตรการรองรับ โดยได้ขยายระยะเวลาโครงการส่งเสริมการรณรงค์บริโภคสินค้ากุ้ง ปี 2567 จากเดิมสิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 เป็น 31 ตุลาคม 2568 เพื่อสนับสนุนค่าบริหารจัดการด้านผลผลิตและค่าบริหารจัดการด้านการตลาดให้แก่เกษตรกร ไม่เกิน กก.ละ 22 บาท ปริมาณเป้าหมายกว่า 5,450 ตัน ครอบคลุมแหล่งผลิตกุ้งทั้งประเทศ จำนวน 30 จังหวัด ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้
โดยที่ผ่านมากรมฯ ยังได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคทั้งในและนอกแหล่งผลิตรวมถึงเชื่อมโยงกุ้งออกนอกแหล่งผลิตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน เช่น เทศกาลกินกุ้งแปดริ้ว เทศกาลกินกุ้งจันท์ และเทศกาลงานกินกุ้งไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น และในปีนี้กรมฯ จะได้มีการจัดการเชื่อมโยงกุ้งนำร่องไปยัง 10 จังหวัดในภาคอีสาน และภาคเหนือ ในช่วงเดือน มิถุนายน – กันยายน 2568 ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นการบริโภคกุ้งเพิ่มขึ้น
“กรมการค้าภายในจะเดินหน้าเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลเสถียรภาพราคา และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรไทย โดยเน้นความร่วมมือกับภาคเอกชนในการขยายช่องทางการจำหน่าย พร้อมรณรงค์การบริโภคภายในประเทศ เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้น” นางสาวญาณีกล่าวทิ้งท้าย















