การเคหะแห่งชาติห่วงใยพี่น้องประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในทุกมิติ

Category: CSR
Published on Tuesday, 29 July 2025 15:49
Hits: 350

เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางการเคหะแห่งชาติห่วงใยพี่น้องประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในทุกมิติ
    การเคหะแห่งชาติแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี และสระแก้ว พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทีม พม.หนึ่งเดียว (One Home) อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นดูแลกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ
    นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ให้ความสำคัญและแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน
     โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในโครงการของการเคหะแห่งชาติ จังหวัดศรีสะเกษ และพื้นที่เสี่ยงภัยในเขตชายแดนของจังหวัดสุรินทร์ อุบลราชธานี และสระแก้ว ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งรายงานของสำนักงานเคหะจังหวัดศรีสะเกษ พบว่า ขณะนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในโครงการบ้านเอื้ออาทรบริเวณอำเภอกันทรลักษ์ ได้อพยพออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว
     โดยเหลือเพียงผู้นำชุมชนอยู่ดูแลความเรียบร้อย ขณะเดียวกัน ยังมีผู้อพยพจากอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดสุรินทร์ และอุบลราชธานี เดินทางเข้ามาพักอาศัยร่วมกับญาติภายในโครงการของการเคหะแห่งชาติในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นสรุปได้ว่า มีประชาชนเข้าพักอาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรบริเวณหนองครก จำนวน 130 ราย,
     โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนบริเวณบ้านโพนข่า จำนวน 193 ราย, โครงการบ้านเอื้ออาทรบริเวณกันทรารมย์ จำนวน 86 ราย, โครงการบ้านเอื้ออาทรในพื้นที่อำเภอขุขันธ์ ประมาณ 30 ราย และโครงการบ้านเอื้ออาทรบริเวณอำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากผู้อพยพส่วนใหญ่ยังพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงที่ทางจังหวัดจัดเตรียมไว้
     ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติได้ประสานความร่วมมือกับทีม พม.หนึ่งเดียว (One Home) ของกระทรวง พม. เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยดำเนินการช่วยเหลือในหลายมิติ เช่น การมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และอาหารแห้ง บรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมทั้งดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเหมาะสม โดยมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลือเฉพาะด้าน
     รวมถึงประสานบริการด้านการแพทย์และสุขภาพจิต ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขและทีมสังคมสงเคราะห์ในพื้นที่ เพื่อดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ประสบเหตุ นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังได้จัดตั้งจุดประสานงานเฉพาะกิจ ณ สำนักงานเคหะจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
    ในส่วนของจังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่จากนิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ชายแดน จนจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน ทำให้ขาดแคลนสถานที่พักและที่ทำงานชั่วคราว เพื่อให้การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างราบรื่น การเคหะแห่งชาติ โดยสำนักงานเคหะจังหวัดสุรินทร์ ได้เปิดพื้นที่สำนักงานให้เจ้าหน้าที่นิคมฯ ใช้เป็นจุดประสานงาน พร้อมจัดหาที่พักชั่วคราวภายในโครงการของการเคหะแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวสามารถอยู่อาศัยและปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
      นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า“กระทรวง พม. และการเคหะแห่งชาติมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบาง เราจะเร่งประสานให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสายด่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โทร. 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เคหะแห่งชาติการเคหะแห่งชาติ ส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับกระทรวง พม.หวังช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
      นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค พร้อมสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน และเงินบริจาคให้กับนางจตุพร โรจนพานิช รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นสื่อกลางในการส่งมอบให้กับกลุ่มเปราะบางและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
      เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น เมื่อเร็วๆ นี้ ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำหรับสิ่งของที่นำไปมอบให้กระทรวง พม. ประกอบด้วย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร อาหารกระป๋อง นมกล่อง นมผง ยารักษาโรค น้ำดื่ม ผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย ผ้าห่ม มุ้ง ของเล่น มูลค่ารวมประมาณ 174,000 บาท และเงินบริจาค จำนวน 44,100 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้น 218,100 บาท
ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้รับบริจาคจากผู้ปฏิบัติงาน ผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายที่มีน้ำใจอยากช่วยเหลือประชาชนกลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้ สภาชุมชนเคหะห้วยขวางได้นำสิ่งของอุปโภค-บริโภคมาร่วมสมทบเพิ่มเติมมอบให้กับกระทรวง พม. อีกด้วย
      ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติยืนยันเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรที่ไม่เพียงมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ยังพร้อมยืนเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติ เพื่อสร้างความมั่นคง ปลอดภัย และส่งเสริมสังคมที่น่าอยู่ให้กับประชาชน
     "การร่วมบริจาคครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ที่ 'ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง'เพื่อร่วมบรรเทาทุกข์ สร้างกำลังใจ และเชื่อมโยงความช่วยเหลือจากภาครัฐสู่ภาคประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง"นายทวีพงษ์ กล่าวสรุป

 

Click Donate Support Web 

NHA Baner

PTG 720x100MTI 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100EXIM One 720x90 C JMTL 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100ธกส 720x100ใจฟู720x100pxAXA 720 x100