ศุภจี ลุยปั้น 'ข้าวประณีต'ชูคุณภาพให้คนพร้อมจ่าย เหมือนเลือกซื้อกาแฟ-ไวน์

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 06 December 2025 07:14
Hits: 167

ลุยปั้นข้าวประณีตศุภจี ลุยปั้น 'ข้าวประณีต'ชูคุณภาพให้คนพร้อมจ่าย เหมือนเลือกซื้อกาแฟ-ไวน์
     ศุภจี เดินหน้าปั้น 'ข้าวประณีต'สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจข้าวไทย ชูรสชาติ แหล่งที่มา อัตลักษณ์ ข้อมูลการบริโภค ไม่ใช่ขายด้วยชื่อพันธุ์เพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นคุณค่า และพร้อมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น เหมือนคนเลือกซื้อกาแฟหรือไวน์ นำร่องเกษตรกร 200 กลุ่ม เข้าสู่กระบวนการยกระดับคุณภาพ เตรียมนำโชว์ครั้งแรกในงาน Thailand Rice Fest 2025 วันที่ 4–7 ธ.ค.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
      นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดข้าวโลกเปลี่ยนไป ผู้บริโภคไม่ได้เลือกข้าวจากความเคยชิน แต่ให้ความสำคัญกับรสชาติ แหล่งที่มา เรื่องราวผู้ผลิต และข้อมูลประกอบการบริโภค ซึ่งข้าวไทยต้องมีสิ่งที่จับต้องได้ ไม่ใช่ขายด้วยชื่อพันธุ์เพียงอย่างเดียว ถ้าบอกได้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร เหมาะกับเมนูแบบไหน หรือผลิตจากพื้นที่ใด จะทำให้ผู้ซื้อทั่วโลกเห็นคุณค่าที่แท้จริง และพร้อมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น
      ทั้งนี้ ไทยผลิตข้าวปีละ 20 กว่าล้านตัน และพึ่งพาการส่งออกมากกว่าครึ่ง ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ยังตามหลังประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนามที่ได้เฉลี่ย 1,200 กิโลกรัม (กก.)ต่อไร่ ขณะที่ไทยเฉลี่ย 600–700 กก./ไร่ กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งขับเคลื่อนให้ข้าวไทยเปลี่ยนสู่ตลาดเฉพาะทางมากขึ้น โดยใช้จุดแข็งด้านความหลากหลายกว่า 5,000 สายพันธุ์ เป็นตัวนำ และเริ่มต้นส่งเสริม 200 กลุ่มเกษตรกรต้นแบบในเฟสแรก หากไทยสามารถสร้างระบบข้อมูล รสชาติ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของข้าวแต่ละชนิดได้อย่างชัดเจน ผู้ซื้อทั่วโลกจะเลือกข้าวไทยเหมือนเลือกกาแฟหรือไวน์
     นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังสร้างระบบตลาดใหม่ที่สะท้อนคุณภาพจริงของข้าวไทย โดยรวบรวมกลุ่มผู้ผลิตกว่า 700–800 กลุ่มทั่วประเทศขึ้นฐานข้อมูล และคัด 200 กลุ่มแรกเข้าสู่กระบวนการยกระดับคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพราะเมื่อข้อมูลโปร่งใส ผู้ผลิตจะไม่ถูกเหมารวมราคาอีกต่อไป ข้าวแต่ละชนิดจะถูกซื้อขายตามคุณภาพจริง เป็นรายได้ที่ยั่งยืนกว่าเดิม
      นายนพธรรม วาณิช ผู้ร่วมก่อตั้ง Rice Hub กล่าวว่า ไทยมีความหลากหลายของข้าวมากที่สุดประเทศหนึ่ง แต่ในระบบการค้า ใช้จริงเพียงไม่กี่พันธุ์ ทำให้ไม่ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ที่ต้องการข้าวเฉพาะทาง เราจึงเริ่มจากการชิมและบันทึก Flavor Notes เพื่อสร้างภาษากลางของรสชาติข้าว เหมือนวงการไวน์หรือกาแฟพิเศษ จากนั้นพบว่าข้าวอย่างข้าวลืมผัว ข้าวหอมใบเตย หรือข้าวไร่ดอกข่า ล้วนมีคาแรกเตอร์เฉพาะแบบที่ตลาดพรีเมียมต้องการ เราจึงใช้คำว่าข้าวประณีตเพื่ออธิบายคุณลักษณะนี้
     นายอัฐพล ไชยอนันต์ นายกสมาคมดิจิทัลเพื่อการศึกษาไทย (TDeD) กล่าวว่า ข้อมูล คือ หัวใจของ New Rice Economy เพราะทำให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้จริง ถ้าข้าวดี แต่ไม่มีข้อมูลรองรับ ก็ขายไม่ได้ในราคาที่ควรจะเป็น วันนี้เชฟ โรงแรม ผู้ประกอบการอาหาร หรือผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถเลือกข้าวจากฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่จากความรู้สึกหรือการเหมารวม
     นายช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ ผู้จัดงาน Thailand Rice Fest 2025 กล่าวว่า งานปีนี้เป็นปีที่ 3 และจะนำเสนอเศรษฐกิจข้าวยุคใหม่แบบครบวงจร ที่นี่ไม่ใช่แค่งานชิมข้าว แต่คือพื้นที่ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค มาพบกันจริง ทั้งการชิม การจับคู่เมนูอาหารกับข้าวแต่ละสายพันธุ์ และ Rice Matching ที่ผู้ประกอบการสามารถซื้อข้าวประณีตโดยตรงจากผู้ผลิตแบบไม่มีตัวกลาง โดยภายในงานจะมีข้าวประณีตกว่า 40 สายพันธุ์ ข้าวท้องถิ่นจับคู่กับอาหารพื้นบ้าน การซื้อขายจริง พร้อมนิทรรศการข้าวยั่งยืนและโซนเรียนรู้เชิงโภชนปัญญา
     สำหรับ งาน Thailand Rice Fest 2025 จะจัดขึ้นวันที่ 4–7 ธ.ค.2568 เวลา 10.00–20.00 น. ณ IMPACT Exhibition Center Hall 11–12 เปิดให้เข้าชมฟรี


ข้าวประณีตไทยชู 'ข้าวประณีต'นำร่องเศรษฐกิจข้าวยุคใหม่ เปลี่ยนเกมจากปริมาณสู่คุณค่า เปิดตัว Thailand Rice Fest 2025 วันที่ 4–7 ธันวาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
     พาณิชย์-TDeD-Rice Hub เดินหน้าปั้น 'ข้าวประณีต'เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเศรษฐกิจข้าวไทย หรือ New Rice Economy ชูรสชาติ–อัตลักษณ์–ข้อมูลเชิงลึก เป็นตัวขับเคลื่อนเพิ่มมูลค่าแทนการแข่งขันด้านปริมาณ เตรียมนำเสนอครั้งแรกในงาน “Thailand Rice Fest 2025” วันที่ 4–7 ธันวาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
      นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าตลาดข้าวโลกเปลี่ยนไป ผู้บริโภคไม่ได้เลือกข้าวจากความเคยชิน แต่ให้ความสำคัญกับรสชาติ แหล่งที่มา เรื่องราวผู้ผลิต และข้อมูลประกอบการบริโภค “ข้าวไทยต้องมีสิ่งที่จับต้องได้ ไม่ใช่ขายด้วยชื่อพันธุ์เพียงอย่างเดียว ถ้าบอกได้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร เหมาะกับเมนูแบบไหน หรือผลิตจากพื้นที่ใด จะทำให้ผู้ซื้อทั่วโลกเห็นคุณค่าที่แท้จริง และพร้อมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น”
      ด้านนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่ากระทรวงกำลังสร้างระบบตลาดใหม่ที่สะท้อนคุณภาพจริงของข้าวไทย โดยรวบรวมกลุ่มผู้ผลิตกว่า 700–800 กลุ่มทั่วประเทศขึ้นฐานข้อมูล และคัด 200 กลุ่มแรกเข้าสู่กระบวนการยกระดับคุณภาพเพื่อเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ “เมื่อข้อมูลโปร่งใส ผู้ผลิตจะไม่ถูกเหมารวมราคาอีกต่อไป ข้าวแต่ละชนิดจะถูกซื้อขายตามคุณภาพจริง เป็นรายได้ที่ยั่งยืนกว่าเดิม”
      นายนพธรรม วาณิช ผู้ร่วมก่อตั้ง Rice Hub ระบุว่า ไทยมีความหลากหลายของข้าวมากที่สุดประเทศหนึ่ง แต่ในระบบการค้าใช้จริงเพียงไม่กี่พันธุ์ ทำให้ไม่ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ที่ต้องการข้าวเฉพาะทาง “เราเริ่มจากการชิมและบันทึก Flavor Notes เพื่อสร้างภาษากลางของรสชาติข้าว เหมือนวงการไวน์หรือกาแฟพิเศษ จากนั้นพบว่าข้าวอย่างข้าวลืมผัว ข้าวหอมใบเตย หรือข้าวไร่ดอกข่า ล้วนมีคาแรกเตอร์เฉพาะแบบที่ตลาดพรีเมียมต้องการ เราจึงใช้คำว่า ‘ข้าวประณีต’ เพื่ออธิบายคุณลักษณะนี้”
      ขณะเดียวกัน นายอัฐพล ไชยอนันต์ นายกสมาคมดิจิทัลเพื่อการศึกษาไทย (TDeD) ย้ำว่าข้อมูลคือหัวใจของ New Rice Economy เพราะทำให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้จริง “ถ้าข้าวดีแต่ไม่มีข้อมูลรองรับ ก็ขายไม่ได้ในราคาที่ควรจะเป็น วันนี้เชฟ โรงแรม ผู้ประกอบการอาหาร หรือผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถเลือกข้าวจากฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่จากความรู้สึกหรือการเหมารวม”
      นายช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ ผู้จัดงาน Thailand Rice Fest 2025 กล่าวว่า งานปีนี้เป็นปีที่ 3 และจะนำเสนอเศรษฐกิจข้าวยุคใหม่แบบครบวงจร “ที่นี่ไม่ใช่แค่งานชิมข้าว แต่คือพื้นที่ให้ผู้ผลิต–ผู้ประกอบการ–ผู้บริโภค มาพบกันจริง ทั้งการชิม การจับคู่เมนูอาหารกับข้าวแต่ละสายพันธุ์ และ Rice Matching ที่ผู้ประกอบการสามารถซื้อข้าวประณีตโดยตรงจากผู้ผลิตแบบไม่มีตัวกลาง” ภายในในงานจะมีข้าวประณีตกว่า 40 สายพันธุ์ ข้าวท้องถิ่นจับคู่กับอาหารพื้นบ้าน การซื้อขายจริง (Rice Matching) พร้อมนิทรรศการข้าวยั่งยืนและโซนเรียนรู้เชิงโภชนปัญญา
     รมว.พาณิชย์ ระบุว่า ไทยผลิตข้าวปีละ 20 กว่าล้านตัน และพึ่งพาการส่งออกมากกว่าครึ่ง ในขณะที่ผลผลิตต่อไร่ยังตามหลังประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนามที่ได้เฉลี่ย 1,200 กก./ไร่ ขณะที่ไทยเฉลี่ย 600–700 กก./ไร่ กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งขับเคลื่อนให้ข้าวไทยเปลี่ยนสู่ “ตลาดเฉพาะทาง” มากขึ้น โดยใช้จุดแข็งด้านความหลากหลายกว่า 5,000 สายพันธุ์เป็นตัวนำ และเริ่มต้นส่งเสริม 200 กลุ่มเกษตรกรต้นแบบในเฟสแรก หากไทยสามารถสร้างระบบข้อมูล รสชาติ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของข้าวแต่ละชนิดได้อย่างชัดเจน “ผู้ซื้อทั่วโลกจะเลือกข้าวไทยเหมือนเลือกกาแฟหรือไวน์”
     ทั้งนี้ งาน Thailand Rice Fest 2025 จะจัดขึ้นวันที่ 4–7 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00–20.00 น. ณ IMPACT Exhibition Center Hall 11–12 เปิดให้เข้าชมฟรี

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px