ศุภจี แจ้งข่าวดี ARASCO บิ๊กอาหารซาอุดิอาระเบีย ออเดอร์มันอัดเม็ดเพิ่ม 3 หมื่นตัน

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 06 December 2025 10:39
Hits: 270

ข่าวดีARASCOศุภจี แจ้งข่าวดี ARASCO บิ๊กอาหารซาอุดิอาระเบีย ออเดอร์มันอัดเม็ดเพิ่ม 3 หมื่นตัน
        ศุภจี แจ้งข่าวดี หลังหารือบิ๊ก ARASCO บริษัทที่ขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารของซาอุดิอาระเบีย เผยได้คำสั่งซื้อมันสำปะหลังอัดเม็ดเพิ่มเติมอีก 3 หมื่นตัน ส่วนปีหน้ามีลุ้นถึง 1 แสนตัน เหตุมั่นใจในราคา คุณภาพ ส่งของได้ และมีความต่อเนื่อง พร้อมผลักดันขายปลายข้าว หญ้าเนเปียร์ อาหารเลี้ยงปลา สัตว์ปีกเพิ่ม
      นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าพบหารือกับนาย Ziyad A. Al-Sheikh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Arabian Agricultural Services Company (ARASCO)

    หนึ่งในบริษัทขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่สำคัญที่สุดของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช ยาและวัคซีนสัตว์ ไปจนถึงบริการโลจิสติกส์ครบวงจร
    ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ไทยได้หารือกับ ARASCO มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของบริษัทในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของซาอุดีอาระเบีย โดยสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ด เป็นหนึ่งในความร่วมมือสำคัญที่ได้เริ่มทดลองส่งออกไปก่อนหน้านี้จำนวนประมาณ 20,000 ตัน ซึ่งปรากฏว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และวันนี้ ARASCO ได้ตัดสินใจเพิ่มคำสั่งซื้ออีก 30,000 ตัน และหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ปีหน้าเขามองว่าจะมีความต้องการนำเข้าเพิ่มอีก 100,000 ตัน เพราะมีความมั่นใจในวัตถุดิบของไทย ที่ยึด 4 หลักการ คือ ราคาที่เหมาะสม คุณภาพได้มาตรฐาน ส่งของได้ตามความต้องการ และต้องมีความต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ซึ่งไทยสามารถตอบโจทย์ได้ครบ
      ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนโอกาสความร่วมมือเพิ่มเติมในด้านสินค้าเกษตรและอาหารหลากหลายประเภท โดยไทยได้เสนอสินค้าเพิ่มเติม เช่น ปลายข้าว หญ้าเนเปียร์สำหรับอาหารสัตว์ ตลอดจนอาหารเลี้ยงปลา และ อาหารสัตว์ปีก ซึ่ง ARASCO ให้ความสนใจและพร้อมศึกษาต่อยอดธุรกิจร่วมกับไทยในระยะยาวต่อไป
         นอกจากนี้ ARASCO ยังมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์ปีกภายในประเทศเพื่อเพิ่มการพึ่งพาตนเอง ไทยจึงได้เสนอศักยภาพในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารฮาลาลและการแปรรูปอาหาร และพร้อมเป็นแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงและพันธมิตรด้านอาหารที่เชื่อถือได้ ขณะเดียวกัน ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของธุรกิจในเครือ ARASCO เพื่อขยายการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังตะวันออกกลางได้อีกมาก ทั้งด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ การร่วมลงทุนด้านอาหารหรือปศุสัตว์ และการพัฒนานวัตกรรมเกษตรหรือ Smart Farming
      ส่วนการหารือกับผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้ามายังซาอุดิอาระเบีย ได้ให้ข้อมูลว่า ไทยมีสินค้าพร้อมส่งออก เช่น ไก่แปรรูป เกี๊ยวซ่า ไส้กรอก นักเก็ต และผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง พร้อมทานอื่น ๆ ซึ่งตลาดซาอุดีอาระเบียยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก
      ในปี 2567 ซาอุดีอาระเบียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทยในตลาดโลก และอันดับที่ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 7,757.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกของไทย 2,856.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าของไทย 4,900.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร อันดับที่ 26 ของไทย ด้วยมูลค่าการส่งออก 247.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 10 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ต.ค.) การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยไปซาอุดีอาระเบียมีมูลค่า 219.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าค้าเกษตรและอาหารที่ส่งออกสำคัญ อาทิ ปลาที่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย ข้าว อาหารสัตว์ ผลไม้ ลูกนัต และพืชผัก

แจ้งข่าวดีARASCOพาณิชย์ หารือ ARASCO ผู้นำด้าน Food Security ซาอุฯ ออเดอร์มันสำปะหลังอัดเม็ดจากไทยเพิ่ม 30,000 ตันทันที ตั้งเป้าปีหน้าสั่งเพิ่มอีก 100,000 ตัน พร้อมมองโอกาสขยายความร่วมมือสินค้าเกษตร–อาหารไทยครบวงจร
      ณ บริษัท Arabian Agricultural Services Company (ARASCO) กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

      และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าพบหารือกับนาย Ziyad A. Al-Sheikh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท Arabian Agricultural Services Company (ARASCO) หนึ่งในบริษัทขับเคลื่อน ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่สำคัญที่สุดของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช ยาและวัคซีนสัตว์ ไปจนถึงบริการโลจิสติกส์ครบวงจร
      รัฐมนตรีพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยได้หารือร่วมกับ ARASCO มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของบริษัทในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของซาอุดีอาระเบีย โดยสินค้า มันสำปะหลังอัดเม็ด เป็นหนึ่งในความร่วมมือสำคัญที่ได้เริ่มทดลองส่งออกไปก่อนหน้านี้จำนวนประมาณ 20,000 ตัน ซึ่งปรากฏว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี
      “ARASCO มีหลักการ 4 เรื่องในการพิจารณานำเข้าวัตถุดิบ ได้แก่ ราคาที่เหมาะสม คุณภาพได้มาตรฐาน ส่งของได้ตามความต้องการ และต้องมีความต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ซึ่งไทยสามารถตอบโจทย์ได้ครบ ทำให้วันนี้เขาตัดสินใจเพิ่มคำสั่งซื้ออีกราว 30,000 ตัน และหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ปีหน้าเขามองว่าจะมีความต้องการนำเข้าเพิ่มอีก 100,000 ตัน” นางศุภจีกล่าว
      ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนโอกาสความร่วมมือเพิ่มเติมในด้านสินค้าเกษตรและอาหารหลากหลายประเภท ไทยได้เสนอสินค้าเพิ่มเติม เช่น ปลายข้าว, หญ้าเนเปียร์ สำหรับอาหารสัตว์ ตลอดจน อาหารเลี้ยงปลา และ อาหารสัตว์ปีก ซึ่ง ARASCO ให้ความสนใจและพร้อมศึกษาต่อยอดธุรกิจร่วมกับไทยในระยะยาว
      นอกจากนี้ ARASCO ยังมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์ปีกภายในประเทศเพื่อเพิ่มการพึ่งพาตนเอง ไทยจึงได้เสนอศักยภาพในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารฮาลาลและการแปรรูปอาหาร และเมื่อวานได้หารือกับผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้ามายังซาอุฯ ระบุว่า ไทยมีสินค้าพร้อมส่งออก เช่น ไก่แปรรูป เกี๊ยวซ่า ไส้กรอก นักเก็ต และผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง-พร้อมทานอื่นๆ ซึ่งตลาดซาอุดีอาระเบียยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก
     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุเพิ่มเติมว่า ไทยมีความพร้อมเป็นแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงและพันธมิตรด้านอาหารที่เชื่อถือได้ ขณะเดียวกัน ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของธุรกิจในเครือ ARASCO เพื่อขยายการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังตะวันออกกลางได้อีกมาก ทั้งด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ การร่วมลงทุนด้านอาหารหรือปศุสัตว์ และการพัฒนานวัตกรรมเกษตรหรือ Smart Farming
      ทั้งนี้ ในปี 2567 ซาอุดีอาระเบียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทยในตลาดโลก และอันดับที่ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 7,757.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกของไทย 2,856.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าของไทย 4,900.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร (พิกัด 01 – 24) อันดับที่ 26 ของไทย ด้วยมูลค่าการส่งออก 247.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) ของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยไปซาอุดีอาระเบียมีมูลค่า 219.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าค้าเกษตรและอาหารที่ส่งออกสำคัญ อาทิ ปลาที่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย ข้าว อาหารสัตว์ ผลไม้ ลูกนัต และพืชผัก

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px