การค้าผ่านแดนปี 2568 สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1.04 ล้านล้านบาท บวก 24.4% ดึงยอดรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนขยายตัว 6.7% ทะลุ 1.93 ล้านล้านบาท

Category: พาณิชย์
Published on Monday, 09 February 2026 06:12
Hits: 557

ค้าชายแดน68พาณิชย์ สรุปยอดการค้าชายแดน-ผ่านแดน ปี 68 ทำได้ 1.937 ล้านล้าน เพิ่ม 6.7%
       กรมการค้าต่างประเทศสรุปยอดการค้าชายแดนและผ่านแดน ปี 68 มีมูลค่า 1.937 ล้านล้านบาท เพิ่ม 6.7% เผยการค้าชายแดนกับเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ทำได้รวม 8.94 แสนล้าน ลด 8.5% เหตุเจอปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเมียนมาเข้มงวดนำเข้าฉุด และการค้าผ่านแดนไป 3 ประเทศ ทำได้ 1.04 ล้านล้านบาท เพิ่ม 24.4% ได้อานิสงค์ขายไปจีน สิงคโปร์ และเวียดนามเพิ่ม คาดปี 69 ฝั่งกัมพูชาและเมียนมา ยังมีปัญหา แต่จะได้แรงหนุนจากยอดส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยันเดินหน้าแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการต่อเนื่อง จัดมหกรรมการค้าชายแดนกระตุ้นยอด
       นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,937,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% เป็นการส่งออก 1,063,104 ล้านบาท เพิ่ม 1.4% และการนำเข้า 874,525 ล้านบาท เพิ่ม 14.0% ได้ดุลการค้า 188,579 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทำได้ดี แม้ว่าในปี 2568 การค้าชายแดนจะเผชิญกับความท้าทาย
จากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทำให้ต้องปิดจุดผ่านแดนและการค้าหดตัวลงอย่างมาก และด้านเมียนมา ที่มีปัญหาการออกมาตรการเข้มงวดควบคุมการนำเข้าสินค้าชายแดน ทำให้การค้าชะลอตัวตลอดช่วงครึ่งปีหลัง แต่ก็ได้ การค้าผ่านแดนมาช่วย ทำให้ภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับ รายละเอียดการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 894,193 ล้านบาท ลดลง 8.5% เป็นการส่งออก 522,007 ล้านบาท ลด 13.3% การนำเข้า 372,186 ล้านบาท ลด 0.7% ได้ดุลการค้า 149,822 ล้านบาท โดยในนี้เป็นการค้าชายแดนกับมาเลเซีย สูงสุด 315,095 ล้านบาท เพิ่ม 2.8% รองลงมา คือ สปป.ลาว 293,399 ล้านบาท เพิ่ม 2.4% เมียนมา 193,663 ล้านบาท ลด 7.4% และกัมพูชา 92,037 ล้านบาท ลด 47.3%
      โดยสินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ น้ำมันดีเซล 36,155 ล้านบาท ลด 11.9% น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ 15,932 ล้านบาท ลด 18.6% และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอื่น ๆ เช่น นมผงสำหรับเด็ก กากถั่วเหลือง บุหรี่ 13,750 ล้านบาท ลด 4.6% และสินค้านำเข้าชายแดนสำคัญ ได้แก่ เชื้อเพลิงอื่นๆ เช่น พลังงานไฟฟ้า 78,829 ล้านบาท เพิ่ม 4.7% ก๊าซธรรมชาติ 51,771 ล้านบาท ลด 20.6%
       และผักและของปรุงแต่งจากผัก เช่น มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 22,991 ล้านบาท ลด 2.4% โดยด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา 248,890 ล้านบาท เพิ่ม 3.9% รองลงมา ด่านศุลกากรหนองคาย 98,952 ล้านบาท เพิ่ม 8.2% และด่านศุลกากรแม่สอด 78,284 ล้านบาท เพิ่ม 3.0%
     ส่วนการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,043,436 ล้านบาท เพิ่ม 24.4% เป็นการส่งออก 541,097 ล้านบาท เพิ่ม 21.2% การนำเข้า 502,339 ล้านบาท เพิ่ม 28.0% ได้ดุลการค้า 38,757 ล้านบาท โดยการค้าผ่านแดนไปจีน มีมูลค่าสูงสุด 608,165 ล้านบาท เพิ่ม 26.7% รองลงมา คือ สิงคโปร์ และเวียดนาม มูลค่า 151,988 ล้านบาท เพิ่ม 37.7% และ 88,480 ล้านบาท เพิ่ม 22.8% ตามลำดับ โดยสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ ทุเรียนสด 109,974 ล้านบาท เพิ่ม 11.4% ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ 103,572 ล้านบาท เพิ่ม 18.3% และยางแท่ง TSNR 33,926 ล้านบาท ลด 13.9%
      และสินค้านำเข้าผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ 60,759 ล้านบาท เพิ่ม 29.0% เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 39,870 ล้านบาท เพิ่ม 2.8% และเครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โทรเลข และโทรทัศน์ 35,972 ล้านบาท เพิ่ม 19.2% โดยด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าผ่านแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรมุกดาหาร 418,605 ล้านบาท เพิ่ม 38.5% รองลงมา คือ ด่านศุลกากรสะเดา 233,412 ล้านบาท เพิ่ม 9.8% และ ด่านศุลกากรนครพนม 128,916 ล้านบาท เพิ่ม 27.6%
     นางอารดากล่าวว่า ในปี 2569 คาดว่าการค้าผ่านแดนจะยังคงเป็นกำลังสำคัญและขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกยังคงเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่ม Data Center ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในไทย ส่วนการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงเปราะบางและมีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุปะทะกันอีก
       และคาดว่า การเปิดด่านคงยังไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เช่นเดียวกันด้านเมียนมาที่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับชนกลุ่มน้อย และมาตรการทางการค้าของเมียนมาที่ส่งผลให้มีการปิดด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด–เมียวดี) มาตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.2568
        อย่างไรก็ตาม กรมจะเดินหน้าผลักดันการค้าชายแดนและผ่านแดนต่อเนื่อง โดยประสานงานกับภาคเอกชนและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อดำเนินมาตรการและกิจกรรมให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และมีแผนจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนต่อเนื่องในปี 2569 จำนวน 6 ครั้ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงราย นครศรีธรรมราช พิษณุโลก จันทบุรี และสระแก้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และเสริมสร้างโอกาสทางการค้าทดแทนด้านกัมพูชา

 

ค้าผ่านแดนปี68การค้าผ่านแดนปี 2568 สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1.04 ล้านล้านบาท บวก 24.4% ดึงยอดรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนขยายตัว 6.7% ทะลุ 1.93 ล้านล้านบาท
       นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ทั้งปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,937,629 ล้านบาท ขยายตัว 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นการส่งออก 1,063,104 ล้านบาท (+1.4%) และการนำเข้า 874,525 ล้านบาท (+14.0%) โดยไทยได้ดุลการค้าในปี 2568 ทั้งสิ้น 188,579 ล้านบาท
       การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 894,193 ล้านบาท (-8.5%) เป็นการส่งออก 522,007 ล้านบาท (-13.3%) การนำเข้า 372,186 ล้านบาท (-0.7%) และไทยได้ดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 149,822 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนกับมาเลเซีย มีมูลค่าสูงสุด 315,095 ล้านบาท (+2.8%) รองลงมา คือ สปป.ลาว 293,399 ล้านบาท (+2.4%) เมียนมา 193,663 ล้านบาท (-7.4%) และกัมพูชา 92,037 ล้านบาท (-47.3%) ซึ่งสินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ น้ำมันดีเซล 36,155 ล้านบาท (-11.9%) น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ 15,932 ล้านบาท (-18.6%) และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอื่นๆ (เช่น นมผงสำหรับเด็ก กากถั่วเหลือง บุหรี่) 13,750 ล้านบาท (-4.6%)
     ในขณะที่สินค้านำเข้าชายแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ เชื้อเพลิงอื่นๆ (เช่น พลังงานไฟฟ้า) 78,829 ล้านบาท (+4.7%) ก๊าซธรรมชาติ 51,771 ล้านบาท (-20.6%) และผักและของปรุงแต่งจากผัก (เช่น มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง) 22,991 ล้านบาท (-2.4%) สำหรับด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา 248,890 ล้านบาท (+3.9%) รองลงมาได้แก่ ด่านศุลกากรหนองคาย 98,952 ล้านบาท (+8.2%) และด่านศุลกากรแม่สอด 78,284 ล้านบาท (+3.0%)
       ด้านการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,043,436 ล้านบาท (+24.4%) เป็นการส่งออก 541,097 ล้านบาท (+21.2%) การนำเข้า 502,339 ล้านบาท (+28.0%) และไทยได้ดุลการค้า รวมทั้งสิ้น 38,757 ล้านบาท โดยการค้าผ่านแดนไปจีน มีมูลค่าสูงสุด 608,165 ล้านบาท (+26.7%) รองลงมาคือ สิงคโปร์ และเวียดนาม มีมูลค่า 151,988 ล้านบาท (+37.7%) และ 88,480 ล้านบาท (+22.8%) ตามลำดับ ซึ่งสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ ทุเรียนสด 109,974 ล้านบาท (+11.4%) ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ 103,572 ล้านบาท (+18.3%) และยางแท่ง TSNR 33,926 ล้านบาท (-13.9%)
       ในขณะที่สินค้านำเข้าผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ 60,759 ล้านบาท (+29.0%) เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 39,870 ล้านบาท (+2.8%) และเครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โทรเลข และโทรทัศน์ 35,972 ล้านบาท (+19.2%) สำหรับด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าผ่านแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรมุกดาหาร 418,605 ล้านบาท (+38.5%) รองลงมาได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา 233,412 ล้านบาท (+9.8%) และ ด่านศุลกากรนครพนม 128,916 ล้านบาท (+27.6%)
      อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ในปี 2568 การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งจากสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย – กัมพูชา ทำให้ต้องปิดจุดผ่านแดนและการค้าหดตัวอย่างมาก รวมถึงด้านเมียนมาจากความไม่สงบในประเทศและการออกมาตรการเข้มงวดควบคุมการนำเข้าสินค้าจากชายแดนไทยเข้าเมียนมา ทำให้การค้าชายแดนชะลอตัวตลอดช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม การค้าผ่านแดนในปีนี้ขยายตัวสูงมากถึง 24.4% มีมูลค่ารวมกว่า 1.04 ล้านล้านบาท สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
      ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนโดยรวมยังขยายตัวได้ดี 6.7% มูลค่าการค้ารวมมากกว่า 1.93 ล้านล้านบาท โดยในปี 2569 คาดว่าการค้าผ่านแดนจะยังคงเป็นกำลังสำคัญและขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกยังคงเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่ม Data center ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในไทย
       ในขณะที่การค้าชายแดนสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชายังคงเปราะบางและมีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุปะทะกันได้อีก ซึ่งคาดว่าการเปิดด่านคงยังไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เช่นเดียวกันด้านเมียนมาที่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับชนกลุ่มน้อย และมาตรการทางการค้าของเมียนมาที่ส่งผลให้มีการปิดด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด – เมียวดี) มาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568
      ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศมีแผนการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 6 ครั้ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงราย นครศรีธรรมราช พิษณุโลก จันทบุรี และสระแก้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และเสริมสร้างโอกาสทางการค้าทดแทนด้านกัมพูชา โดยประสานงานกับภาคเอกชนและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ
รวมถึงหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ เพื่อดำเนินกิจกรรมให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า การเจรจาจับคู่ธุรกิจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ กรมฯ จะมุ่งเน้นเชิญผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการค้าด้านกัมพูชาเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวนสูงสุด 50% ของจำนวนบูธทั้งหมดในแต่ละครั้งของการจัดงานฯ

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px