CG Today : กรรมการบริษัท 'ขายที่ดินบริษัทให้แก่ตนเอง' ราคาต่ำเกินจริง

Category: ตลาดหลักทรัพย์
Published on Wednesday, 25 February 2026 11:33
Hits: 1175

CG Today : กรรมการบริษัท 'ขายที่ดินบริษัทให้แก่ตนเอง' ราคาต่ำเกินจริง


       กรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนนิติบุคคล กระทำการแทนบริษัท ต้องรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นให้มากที่สุด หากมี 'ความขัดแย้งทางผลประโยชน์'ระหว่าง 'ผลประโยชน์บริษัท' และ 'ผลประโยชน์ส่วนตนของกรรมการ'กรรมการที่มีส่วนได้เสียต้องแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบและไม่อยู่ในกระบวนตัดสินใจใด ๆ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการเป็นผู้แทนบริษัทในการทำนิติกรรมสัญญาในธุรกรรมนั้น

      ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการไม่ใช่เรื่องที่ผิดโดยตัวมันเอง หากผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการทับซ้อนกันอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตระหว่างกันและเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอก ทั้งนี้ เงื่อนไขธุรกรรมต้องไม่ผิดปกติ เป็นเงื่อนไขทางการค้าที่ยอมรับกันโดยทั่วไป (Market Term) และราคาธุรกรรมนั้นต้องเป็นราคาตลาด (Market Price)

     ตัวอย่างเช่น บริษัทกู้ยืมเงินจากกรรมการ กรรมการให้เช่าที่ดิน/อาคารแก่บริษัท เป็นธุรกรรมที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกันระหว่างบริษัทและกรรมการ ดังนั้น ดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าเช่าทรัพย์สิน ต้องเป็นราคาตลาดหรือเป็นราคาเปรียบเทียบอ้างอิงได้ (Comparable Benchmark) ซึ่งผู้ตัดสินใจอนุมัติรายการไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการหรือฝ่ายจัดการของบริษัทตามอำนาจอนุมัติต้องอธิบายให้ได้ว่าธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์นั้น 'เงื่อนไขธุรกรรม' และ 'มูลค่าธุรกรรม'ไม่แตกต่างกันหากบริษัทกู้ยืมเงินหรือเช่าทรัพย์สินจากบุคคลอื่น

      กรณีศึกษา บริษัททำกิจการเหมืองแร่ภูเก็ตนำที่ดินของบริษัทหลายสิบแปลงขายให้แก่กรรมการบางคนและผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม รวมถึงบุคคลภายนอกอื่นด้วยในราคา 50,000 บาทต่อตารางวา ต่ำกว่าราคาประเมินกรมที่ดินซึ่งเป็นราคาราชการและราคาตลาดที่ประเมินไว้ที่ 500,000 บาทต่อตารางวา ราคาที่บริษัทขายเป็นราคาที่ต่ำมากต่างกันถึง 10 เท่า แม้ว่าการอนุมัติขายที่ดินของบริษัทซึ่งต้องใช้รายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อประกอบการจดทะเบียนนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินบริษัท ณ กรมที่ดิน จะมีกระบวนการประชุมคณะกรรมการบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับบริษัท และสำนักงานที่ดินจะไม่ได้ยกประเด็นขายที่ดินของบริษัทต่ำกว่าราคาประเมินจากกรมที่ดินก็ตาม


      อย่างไรก็ตาม กรณีศึกษานี้ยังน่าสงสัยถึงความผิดปกติของธุรกรรมด้านราคาอันเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการ เพราะที่ดินสามารถหาราคาตลาดได้ไม่ยากจากการจ้างที่ปรึกษาประเมินราคาที่ดิน อีกทั้งราคาประเมินจากกรมที่ดินเป็นราคาที่เปิดเผยจากหน่วยงานราชการและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้

     บริษัททำกิจการเหมืองแร่ภูเก็ตเป็นธุรกิจครอบครัวใหญ่มีเครือญาติหลายสิบคนสืบทอดกิจการกันมาหลายรุ่น เมื่อมีธุรกรรมที่ผิดปกติด้านราคาและด้านผู้ซื้อที่ดินที่เป็นกรรมการกับผู้ถือหุ้นบางคน ทำให้สมาชิกครอบครัวที่เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทที่เสียประโยชน์ใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นฟ้องคดีกับกรรมการเองเพราะบริษัทไม่ใช้สิทธิฟ้องคดีกรรมการเหล่านั้น ซึ่งกฎหมายเปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิได้โดยอิสระ หากบริษัทเพิกเฉยไม่รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น

     การใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายเปิดโอกาสให้นี้จะผูกพันเฉพาะกรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนบริษัทเท่านั้น ไม่ผูกพันบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ซื้อที่ดินในธุรกรรมนี้ด้วย เว้นแต่ ผู้ถือหุ้นพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกเหล่านั้นใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและเป็นตัวแทนเชิด (Nominee) ของกรรมการดังกล่าวเพื่อทำธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท อีกทั้ง หากบุคคลภายนอกนั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ถึงแหล่งเงินที่นำมาซื้อที่ดินและจำนวนเงินมูลค่าที่ดินไม่สมแก่ฐานะของบุคคลภายนอกแล้ว ย่อมสันนิษฐานได้ว่าธุรกรรมนั้นเป็น 'นิติกรรมอำพราง'คือ (1) อำพรางราคาแท้จริง (2) อำพรางคู่สัญญาแท้จริง เมื่อเป็น 'นิติกรรมอำพราง' กฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้เป็น'โมฆะ' ตั้งแต่ต้น

     ดังนั้น การอำพรางปกปิดราคาแท้จริง และอำพรางปกปิดคู่สัญญา จึงเป็นโมฆะใช้ไม่ได้เลย ในทางปกติคู่สัญญาต้องผูกพันตาม'นิติกรรมแท้จริง' คือ (1) ราคาซื้อขายแท้จริง (ราคาตลาด) (2) คู่สัญญาแท้จริง (กรรมการ) เมื่อนำนิติกรรมแท้จริงใช้บังคับแล้วตามกฎหมายย่อมถือได้ว่ากรรมการไม่สุจริต เมื่อกรรมการบริษัทไม่สุจริตย่อมสันนิษฐานได้ว่าบุคคลภายนอกที่เป็นตัวแทนเชิดย่อมไม่สุจริตด้วย ประเด็นนี้ดูเหมือนเป็นข้อผิดพลาดในการดำเนินคดีใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมายบริษัทที่มุ่งหมายไปที่กรรมการบริษัท โดยขาดความเชื่อมโยงด้านกฎหมายไปยังบุคคลภายนอกที่เป็น Nominee

      ข้อเท็จจริงในกรณีศึกษานี้ ศาลฎีกาตัดสินว่า 'กรรมการทุจริต' ศาลสั่งให้กรรมการโอนที่ดินคืนบริษัทหรือให้ใช้ราคาส่วนต่างของที่ดินแก่บริษัทรวมมูลค่า 260 ล้านบาทหากไม่สามารถนำที่ดินคืนบริษัทได้ ส่วนบุคคลภายนอกที่ซื้อที่ดินราคาต่ำไม่ต้องรับผิดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นเพราะกฎหมายบริษัทมุ่งหมายต่อกรรมการทุจริตเท่านั้นกรรมการบริษัทเป็นผู้แทนนิติบุคคลมีความรับผิดชอบต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น กฎหมายบริษัทไม่ได้ขยายผลไปถึงบุคคลภายนอกอันไม่ใช่ผู้แทนนิติบุคคลที่ต้องรับผิดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นดังเช่นกรรมการบริษัท


      คดีนี้ น่าสนใจที่คำสั่งของศาลไม่ครอบคลุม 'ตัวแทนเชิด' ส่งผลให้บุคคลภายนอกที่ซื้อที่ดินราคาต่ำกว่าจริงหลุดพ้นจากกฎหมายบริษัท กล่าวคือ ตัวแทนเชิดไม่ได้ถูกนำมาพิสูจน์ให้ศาลเห็นถึงความสุจริตของบุคคลภายนอกกลุ่มนั้น ทั้งที่ โดยทั่วไปผู้ซื้อที่ดินที่เป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง ควรทราบถึงราคาตลาดหรือราคาราชการของที่ดินก่อนที่จะลงทุนซื้อ ผิดวิสัยสำหรับคนค้าขายที่ดิน หากพบว่าที่ดินราคาถูกเกินจริง ควรสงสัยและตรวจสอบก่อนซื้อขายที่ดินถึงความผิดปกติด้านราคา ตามหลักความระมัดระวัง เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมสันนิษฐานได้ว่าบุคคลภายนอกกลุ่มนั้นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการสมรู้ร่วมคิดทุจริตร่วมกันกับกรรมการที่ทุจริตด้วย

      ภายหลังกรณีศึกษาข้างต้น ประมวลรัษฎากรได้แก้ไขกฎหมายภาษีในปี 2563 โดยกำหนดเรื่อง'การโอนกำไรในเครือ' (Transfer Pricing) สำหรับ 'ผู้ถือหุ้น'และ 'บริษัทในกลุ่ม' ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50% หรือมีอำนาจควบคุมผ่านกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารในตำแหน่งที่สำคัญต่อการบริหารจัดการบริษัท หากมีการทำรายการระหว่างกัน เช่น การถือหุ้น ซื้อขาย ให้บริการ ให้กู้ยืมเงิน เป็นต้น ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ด้านการถือหุ้นและการใช้อำนาจควบคุมให้แก่กรมสรรพากร ทั้งนี้ กฎหมายภาษียอมรับ'รายการระหว่างกัน' ที่เกิดขึ้นได้ในธุรกิจการค้า แต่ไม่ยอมรับ 'ราคาระหว่างกันที่บิดเบือน' ไม่เป็นตามราคาตลาด อันส่งผลให้เกิดการทุจริตเลี่ยงภาษีและเป็นการเอาเปรียบประเทศรวมถึงผู้ประกอบการรายอื่นที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต

เขียนโดย
ชินภัทร วิสุทธิแพทย์

จัดทำโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

Click Donate Support Web 

EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px