กรมประมง พร้อมเปิดโต๊ะหารือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือราคากุ้งตกต่ำ พร้อมรับมือกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้า เพื่อรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมกุ้งไทย
กรมประมง พร้อมเปิดโต๊ะหารือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือราคากุ้งตกต่ำ พร้อมรับมือกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้า เพื่อรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมกุ้งไทย
ณ ห้องประชุมพะยูน อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง กรุงเทพมหานคร จากกรณีเรื่องราคากุ้งตกต่ำ ให้สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยผู้แทนองค์กรและแกนนำเกษตรกรจังหวัดต่างๆรวมตัวเข้าขอยื่นหนังสือ ถึงอธิบดีกรมประมง ให้พิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องราคากุ้งตกต่ำ พร้อมรับมือกรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากประเทศไทย 5 ชนิด ประกอบด้วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งน้ำเงิน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมดังกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด
โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมประมงหาทางออกร่วมกับพี่น้องเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการผลิต และการตลาดให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้
1. สมาคมฯ ขอให้ภาครัฐเร่งบริหารจัดการผลผลิตไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน ด้วยการชดเชยหรือสนับสนุนส่วนต่างราคาไม่น้อยกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม ประสานขอความร่วมมือกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและรักษาสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ ซึ่งกรมประมงจะผลักดันการดำเนินงานผ่านกลไกของคณะกรรมการ/คณะทำงาน ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
2. สำหรับการเจรจาร่วมกับมาเลเซีย จากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ล่าสุดประเทศไทยได้รับการประสานจากทางมาเลเซียว่าจะขอกำหนดระยะเวลาในการเจรจาทางการค้าและข้อตกลงต่างๆ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยขณะนี้กรมประมงอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อชี้แจงตามข้อคำถาม (Questionnaire) ของทางมาเลเซีย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ควบคู่กับการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการบริโภคกุ้งภายในประเทศ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินและลดผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการส่งออก พร้อมเร่งขยายการส่งออกและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในตลาดใหม่ เพื่อทดแทนตลาดที่ได้รับผลกระทบ
อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม กรมประมงได้มีโครงการฯ ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การลดต้นทุนด้านพลังงาน ภายใต้'โครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง กิจกรรมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบแม่นยำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569' (Innovation Sandbox)เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และ'โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569'(คชก.69) ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ ภายในเดือนมิถุนายนนี้
ทั้งนี้ กรมประมงจะเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดำเนินการมาตรการรองรับที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมกุ้งไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด และดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยอย่างเต็มที่...อธิบดีฯ กล่าวในตอนท้าย
https://agrimediathai.com/14663/













