สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดอบรมหลักสูตร บทจ. รุ่น 3 ดึง ‘อาจารย์แจ๊กกี้ เฉิ่น’ ติวเข้มมารยาทและวัฒนธรรมโต๊ะอาหารจีนระดับผู้บริหาร
สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดอบรมหลักสูตร บทจ. รุ่น 3 ดึง ‘อาจารย์แจ๊กกี้ เฉิ่น’ ติวเข้มมารยาทและวัฒนธรรมโต๊ะอาหารจีนระดับผู้บริหาร ก่อนนำทัพร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ รถยกไฟฟ้าไท่จ้ง ปักหมุดรุกตลาดไทย หนุนเศรษฐกิจสีเขียว
สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ร่วมกับศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group (CMG) และหอการค้าไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมการบรรยายพิเศษในหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ
โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และผู้แทนสื่อมวลชนชั้นนำเข้าร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง เพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจในเชิงลึก และเตรียมความพร้อมในการปรับทิศทางการค้าการลงทุนให้สอดรับกับพลวัตความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนทิศทางนโยบายใหม่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายแจ๊กกี้ เฉิ่น อุปนายกสมาคมและประธานฝ่ายการต่างประเทศ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ'แนวปฏิบัติด้านวัฒนธรรมสำหรับผู้บริหารระดับสูง' ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติทางทฤษฎี ประวัติศาสตร์ และแนวทางปฏิบัติจริงที่ผู้บริหารต้องเผชิญในการเจรจาธุรกิจกับพันธมิตรชาวจีน
โดยได้ชี้ให้เห็นว่า โต๊ะอาหารจีน มิได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการรับประทานอาหารเท่านั้น หากแต่เป็นกระจกเงาสะท้อนปรัชญา กฎเกณฑ์ทางสังคม การสร้างสายสัมพันธ์ และการเคารพ ซึ่งกันและกัน ซึ่งมีรากฐานมาจากจารีตประเพณีอันยาวนานนับพันปี
เนื้อหาการบรรยายได้ลงลึกถึงศาสตร์และศิลปะแห่งการจัดลำดับที่นั่ง ซึ่งถือเป็นภาษากายที่สำคัญยิ่งในงานเลี้ยงรับรอง โดยตำแหน่งประธานอันทรงเกียรติสูงสุดคือตำแหน่งที่หันหน้าเข้าหาประตูใหญ่ และยึดถือหลักการ 'ขวาเป็นใหญ่ ซ้ายเป็นรอง'ทำให้แขกเกียรติยศสูงสุดจะนั่งทางขวามือของเจ้าภาพเสมอ ในขณะที่รองเจ้าภาพจะนั่งหันหลังให้ประตูเพื่อทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย การรินสุรา และการชำระเงิน
นอกจากนี้ ยังได้อธิบายถึงความแตกต่างของการจัดเลี้ยง ทั้งแบบโต๊ะกลมที่สื่อถึงความกลมเกลียวพร้อมหน้า และแบบโต๊ะยาวในการต้อนรับทางการทูตที่เน้นความเท่าเทียมและการจัดตำแหน่งล่ามอย่างสมดุล
ทางด้านอุปกรณ์รับประทานอาหาร วิทยากรได้ถ่ายทอดเรื่องราวของตะเกียบที่มีประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ปี ซึ่งเดิมเรียกว่า 'จู้' ก่อนเปลี่ยนมาเป็น'ไคว่' เพื่อความเป็นสิริมงคล ตะเกียบตามประเพณีดั้งเดิมได้รับการออกแบบตามคติ'ฟ้ากลม แผ่นดินเหลี่ยม'
โดยส่วนบนเหลี่ยมแทนแผ่นดินและจับได้มั่นคง ส่วนล่างกลมแทนสรวงสวรรค์และไม่ทำร้ายริมฝีปาก ตะเกียบใช้งานเป็นคู่สะท้อนสมดุลหยินหยาง และมีความยาวมาตรฐานโบราณ 7 ชุน 6 เฟิน เพื่อเตือนสติถึง 7 อารมณ์ 6 ปรารถนา ให้รู้จักความยับยั้งชั่งใจ ทั้งยังได้เน้นย้ำถึงข้อห้ามสำคัญ เช่น ห้ามปักตะเกียบตั้งตรงบนชามข้าว ห้ามเคาะถ้วยชาม หรือห้ามใช้ตะเกียบชี้ผู้อื่น ซึ่งถือเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพอย่างยิ่ง
สำหรับ การเสิร์ฟอาหารแบบจีนนั้น มีลำดับขั้นตอนและภูมิปัญญาอันประณีต เริ่มจากอาหารจานเย็นก่อนจานร้อน รสเค็มก่อนรสหวาน และเนื้อสัตว์ก่อนผัก โดยให้ความสำคัญกับอาหารประจำชาติตระกูลหวยหยาง ซึ่งมีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล เป็นสากล และใช้มีดอย่างประณีต จนได้รับเลือกเป็นแกนหลักในงานเลี้ยงระดับรัฐบาลจีน ควบคู่ไปกับอาหารเลื่องชื่อจากมณฑลอื่น อาทิ
เป็ดปักกิ่ง พระกระโดดกำแพง ขณะที่วัฒนธรรมการดื่ม และการชนแก้วอวยพร จะต้องรอให้อาหารขึ้นโต๊ะครบก่อน จึงเริ่มชูแก้ว โดยจับขวดรินอย่างถูกต้อง ไม่หงายมือรินเพราะเป็นกิริยาที่ใช้ในงานอวมงคล และให้ความสำคัญกับการรินให้ผู้อาวุโสหรือแขกก่อนตนเอง รวมถึงการลดขอบแก้วของตนให้ต่ำกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อยขณะชนแก้วเพื่อแสดงความนอบน้อมถ่อมตน
นอกจากนี้ วิทยากรยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชาทั้ง 6 หมวดหมู่ของจีน และธรรมเนียมการเคาะนิ้วขอบคุณ หรือ'โค่วจื่อหลี่' ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากราชวงศ์ชิง เพื่อใช้แสดงความขอบคุณแทนการคุกเข่ากราบไหว้โดยไม่ขัดจังหวะการสนทนา ตลอดจนข้อแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างจีนที่เน้นสุขนิยมแบบกลุ่ม (Collectivism) ความพร้อมหน้า
และความใส่ใจดูแล กับวัฒนธรรมตะวันตกที่เน้นปัจเจกนิยม (Individualism) สุขอนามัย และความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังได้ฉายภาพความผูกพันของชาวจีนที่มีต่อ 8 เทศกาลสำคัญตามฤดูกาล เช่น ตรุษจีน หยวนเซียว เชงเม้ง ไหว้บ๊ะจ่าง ไหว้พระจันทร์ ฉงหยาง ตงจื้อ และล่าปา ซึ่งล้วนแฝงความหมายมงคลผ่านอาหารประจำเทศกาลและข้อควรระวังในการปฏิบัติตนทั้งสิ้น
หลังจากเสร็จสิ้นการบรรยาย นายแจ๊กกี้ เฉิ่น ได้นำคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตร บทจ. รุ่นที่ 3 ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ ระหว่าง X.N.Y.I. GROUP (THAILAND) CO., LTD.
โดยนายแจ๊กกี้ เฉิ่น ในฐานะประธานกรรมการ กับ บริษัท ซานซี ไท่จ้ง ฟอร์คลิฟต์ จำกัด (Shanxi TZCO Forklift Co., Ltd.) นำโดย นายหวัง จวิ้น เลขาธิการพรรคประจำบริษัท ประธานกรรมการ และผู้จัดการใหญ่ ซึ่งถือเป็นการนำทฤษฎีด้านพิธีการและวัฒนธรรมทางธุรกิจมาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง
การลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ 'ไท่จ้ง' ผู้ผลิตเครื่องจักรและรถยกชั้นนำจากประเทศจีน ในการรุกเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายตลาดเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภาคธุรกิจ และผู้แทนผู้เข้าอบรมรวมกว่า 50 คน ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมกับการส่งมอบรถยกอัจฉริยะพลังงานใหม่รุ่นบุกเบิกของไท่จ้งจำนวน 8 คัน เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเข้าสู่ประเทศไทย
บริษัท ซานซี ไท่จ้ง ฟอร์คลิฟต์ จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่กลุ่มไท่จ้งกรุ๊ป ถือหุ้นทั้งหมด มุ่งเน้นการพัฒนาตามแนวทางอัจฉริยะ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความเป็นสากล โดยได้จัดสร้างฐานการผลิตรถยกพลังงานใหม่แบบโรงงานเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยกำลังการผลิตปีละกว่า 100,000 คัน ครอบคลุมรถยกทุกพิกัดน้ำหนักตั้งแต่ 1.5 ถึง 6.5 ตัน ซึ่งการขยายธุรกิจมายังประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นการตอบรับความต้องการของตลาดไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในฐานะที่ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและระบบโลจิสติกส์ของอาเซียน ซึ่งต้องการอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าที่มีความปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และมีประสิทธิภาพสูง
นายหวัง จวิ้น ได้กล่าวในพิธีลงนามว่า การขยายตลาดสู่ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเป็นแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไท่จ้ง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสูงภายใต้ข้อริเริ่ม'หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง' (Belt and Road Initiative) โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะนำความประณีตและความเชี่ยวชาญมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมของไทย พร้อมทั้งผนึกกำลังกับพันธมิตรในระบบนิเวศทางธุรกิจ ยกระดับการบริการหลังการขายในประเทศอย่างละเอียดรอบด้าน เพื่อร่วมสร้างคุณค่าระยะยาว และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรมของไทยไปสู่ทิศทางสีเขียวอย่างยั่งยืน
ขณะที่ นายแจ๊กกี้ เฉิ่น กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ความร่วมมือระหว่าง X.N.Y.I.Group และ ไท่จ้ง จึงสอดรับกับนโยบายการพัฒนาประเทศอย่างลงตัว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เทคโนโลยีอัจฉริยะ และระบบการบริการที่ครบวงจร เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการไทย และสร้างผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างภาคเอกชนไทยกับจีนต่อไป














