The Little Guerrilla การยืนหยัด
The Little Guerrilla การยืนหยัด
เด็กสาวหนัก 37 กิโลกรัม ยืนถือปืนคุมตัวเชลยศึกร่างยักษ์ ที่สูงท่วมหัวเธอ...นี่ไม่ใช่ภาพจัดฉาก แต่เป็นภาพจริงที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลกในปี 1965
กันยายน 1965 กลางป่าลึกในจังหวัดห่าติ๋ญ เหงียน ถิ คิม ไล สมาชิกกองกำลังท้องถิ่นวัย 17 ปี ที่มีส่วนสูงเพียง 1.47 เมตร ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดระหว่างการลาดตระเวน
วิลเลียม แอนดรูว์ โรบินสัน ช่างเครื่องชาวอเมริกันวัย 22 ปี เพิ่งดีดตัวออกจากเครื่องบินกู้ภัยที่ถูกยิงตกเหนือแนวเขา เขาพยายามซ่อนตัวอยู่ในซอกหินเพื่อเอาชีวิตรอดในดินแดนศัตรู แต่เสียงเคลื่อนไหวเล็กน้อยกลับไม่อาจเล็ดลอดสายตาของเด็กสาวร่างเล็กไปได้
เสียงปืนขู่ 3 นัดดังขึ้นเหนือท้องฟ้า ทหารร่างยักษ์จากมหาอำนาจโลกค่อยๆ ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ ยอมจำนนต่อเด็กสาวที่ตัวเล็กกว่าเขาเกือบครึ่ง ภาพวินาทีนั้นถูกบันทึกโดยช่างภาพ พัน ทวาน ในชื่อ 'The Little Guerrilla' ซึ่งต่อมาถูกนำไปทำเป็นแสตมป์ และเผยแพร่ไปทั่วโลกในฐานะสัญลักษณ์แห่งการยืนหยัด
โรบินสัน ต้องกลายเป็นเชลยศึกนานถึง 2,703 วัน เขาเป็นหนึ่งในทหารอเมริกันที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุดในสงครามเวียดนาม ก่อนจะได้รับอิสรภาพในปี 1973 ทว่าเรื่องราวที่แท้จริงกลับเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้นอีก 30 ปี
ในปี 1995 ทั้งสองกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งผ่านการประสานงานของสถานีโทรทัศน์ NHK ห้องสตูดิโอในวันนั้นไม่มีบรรยากาศของความเป็นศัตรูหลงเหลืออยู่ โรบินสันหยอกล้อว่าเธอยังตัวเล็กเหมือนเดิม ขณะที่คิม ไล สารภาพว่าวันนั้นเธอคือนักรบมือใหม่ที่มือสั่นด้วยความตื่นเต้น
โรบินสัน ฝากประโยคหนึ่งไว้ก่อนจากกัน ซึ่งกลายเป็นบทสรุปที่ทรงพลังที่สุดของเหตุการณ์นี้: "ถ้าในวันนั้น เราคนใดคนหนึ่งตัดสินใจยิงอีกฝ่าย วันนี้เราทั้งคู่คงไม่มีโอกาสมานั่งคุยกันแบบนี้"
หลังเสียงปืนเงียบลง ภาพถ่ายใบเดิมกลับให้ความหมายใหม่ มันไม่ใช่ภาพของการพิชิต แต่เป็นหลักฐานว่า มนุษย์ที่เคยอยู่คนละฝั่งของความตาย ยังสามารถหันกลับมามองกันด้วยความเข้าใจได้ในวันที่โลกสงบสุข
หากเป็นคุณในวินาทีที่เผชิญหน้ากับศัตรูท่ามกลางป่าลึก คุณจะเลือกเหนี่ยวไกตามหน้าที่ หรือเลือกจะมอบโอกาสให้หัวใจความเป็นมนุษย์ทำงานก่อนความโกรธแค้น?
โดย มงคล ลีลาธรรม
นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย














