ฟิลลิส ลาตูร์ วีรสตรีสายลับผู้ซ่อนรหัสลับไว้ในเส้นผม

Category: คอลัมนิสต์
Published on Tuesday, 15 September 2026 01:36
Hits: 129

ฟิลลิส ลาตูร์ ดอยล์ฟิลลิส ลาตูร์ วีรสตรีสายลับผู้ซ่อนรหัสลับไว้ในเส้นผม และช่วยเปิดทางสู่ชัยชนะในวันดีเดย์

       ในค่ำคืนของวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1944 ท้องฟ้าเหนือแคว้นนอร์ม็องดีของฝรั่งเศสถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ขณะที่กองกำลังนาซียังคงควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด

       หญิงสาววัย 23 ปีคนหนึ่งกำลังกระโดดร่มลงจากเครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรสู่ดินแดนศัตรู

       เธอไม่ได้ถือปืนกลหนัก ไม่มีหน่วยคุ้มกัน และไม่มีทางหนีกลับ

     สิ่งที่เธอมีคือความกล้าหาญ ไหวพริบ และเครื่องส่งวิทยุขนาดเล็ก

       หญิงสาวคนนั้นคือ ฟิลลิส ลาตูร์ ดอยล์ (Phyllis Latour Doyle) หนึ่งในสายลับหญิงที่กล้าหาญที่สุดของหน่วยปฏิบัติการพิเศษอังกฤษ หรือ SOE (Special Operations Executive)

       ภารกิจของเธอคือแทรกซึมเข้าไปในดินแดนที่ถูกยึดครอง รวบรวมข่าวกรอง และส่งข้อมูลกลับไปยังกรุงลอนดอน เพื่อเตรียมการสำหรับปฏิบัติการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สงครามโลก นั่นคือ วันดีเดย์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1944

 

จากแอฟริกาใต้สู่สงครามโลก

        ฟิลลิส เกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1921 ที่เมืองเดอร์บัน แคว้นนาตาล สหภาพแอฟริกาใต้ (ปัจจุบันคือประเทศแอฟริกาใต้)

       บิดาของเธอเป็นชาวฝรั่งเศส ส่วนมารดาเป็นชาวอังกฤษ

เมื่อยังเป็นเด็ก เธอต้องเผชิญความสูญเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ หลังบิดาเสียชีวิต ครอบครัวจึงย้ายกลับไปยังอังกฤษ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บุคคลที่เธอรักและเคารพอย่างมาก คือพ่อทูนหัวซึ่งเป็นนักบินของกองทัพอากาศอังกฤษ ถูกสังหารระหว่างสงคราม

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เธอตัดสินใจเข้าร่วมรับใช้ชาติ

 

โรงเรียนสายลับที่อันตรายที่สุดในโลก

     ฟิลลิส สมัครเข้าร่วมหน่วยสตรีประจำกองทัพเรืออังกฤษ ก่อนถูกคัดเลือกเข้าสู่ SOE ซึ่งนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิลล์ จัดตั้งขึ้นเพื่อทำ 'สงครามลับ' หลังแนวรบของเยอรมนี

ผู้เข้ารับการฝึกต้องเรียนรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่การใช้ระเบิด การสื่อสารด้วยรหัสมอร์ส การปลอมตัว การสะกดรอย การหลบหนี และการเอาชีวิตรอด

มีบันทึกว่าครูฝึกบางคนเคยเป็นอาชญากรมืออาชีพหรืออดีตนักย่องเบา ซึ่งถูกดึงตัวมาถ่ายทอดทักษะการเคลื่อนไหวอย่างไร้ร่องรอย

การฝึกในสกอตแลนด์ขึ้นชื่อว่าโหดร้ายอย่างยิ่ง หลายคนถอดใจกลางคัน แต่ฟิลลิสผ่านการฝึกทั้งหมดได้สำเร็จ

สายลับสาวกับจักรยานหนึ่งคัน

เมื่อถูกส่งเข้าสู่ฝรั่งเศสในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1944 เธอได้รับชื่อรหัสว่า "จีนีวีฟ" (Genevieve)

ฟิลลิสปลอมตัวเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดา ขี่จักรยานตระเวนขายสบู่และเครื่องใช้เล็ก ๆ ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในแคว้นนอร์ม็องดี

ภาพลักษณ์ของหญิงสาวตัวเล็กที่ดูไร้พิษภัย ทำให้ทหารเยอรมันแทบไม่เคยสงสัย

แต่เบื้องหลังรอยยิ้มและการพูดคุยเรื่องทั่วไปนั้น เธอกำลังจดจำตำแหน่งกองกำลัง รถถัง เส้นทางลำเลียง และจุดยุทธศาสตร์สำคัญของนาซี

ทุกคืนเธอจะส่งข้อมูลกลับอังกฤษผ่านเครื่องส่งวิทยุลับ

      ในช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ค.ศ. 1944 เธอส่งสารรหัสมากกว่า 135 ฉบับ ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงมากสำหรับสายลับที่ทำงานเพียงลำพัง

 

รหัสลับในเส้นผม

สิ่งที่ทำให้ฟิลลิสกลายเป็นตำนาน คือวิธีซ่อนข้อมูล

      เธอเขียนรหัสลับลงบนผ้าไหมขนาดเล็กด้วยการใช้รหัสมอร์สแบบจุดและขีด จากนั้นม้วนซ่อนเอาไว้ในที่รัดผมหรือถักรวมกับเส้นผม

      หากถูกค้นตัว ทหารเยอรมันมักตรวจสัมภาระ เสื้อผ้า และรองเท้า แต่แทบไม่เคยนึกถึงเครื่องประดับผมของหญิงสาว

      วิธีดังกล่าวช่วยให้เธอรอดพ้นการถูกจับกุมหลายครั้ง

     ภายหลังเจ้าหน้าที่ SOE ยอมรับว่า หากฟิลลิสถูกจับ มีโอกาสสูงมากที่จะถูกทรมานและประหารชีวิตเช่นเดียวกับสายลับหญิงอีกหลายคนในยุคนั้น

ผู้หญิงที่ลูกไม่เคยรู้ว่าเป็นวีรบุรุษ

      หลังสงครามสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1945 ฟิลลิสแต่งงานกับวิศวกรชาวนิวซีแลนด์ชื่อ นอร์แมน ดอยล์ (Norman Doyle) และย้ายไปใช้ชีวิตที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์

      เธอมีบุตร 4 คน และแทบไม่เคยเล่าเรื่องภารกิจลับในอดีตให้ใครฟัง

       เป็นเวลาหลายสิบปีที่ลูก ๆ ของเธอไม่รู้เลยว่าแม่เคยเป็นสายลับในสงครามโลก

      จนกระทั่งช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 ครอบครัวจึงเริ่มค้นพบข้อมูลจากเอกสารที่ถูกเปิดเผยและบันทึกทางทหาร

เกียรติยศที่มาถึงในบั้นปลายชีวิต

         แม้จะมีผลงานสำคัญต่อชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ชื่อของฟิลลิสกลับไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เนื่องจากเอกสารของ SOE ถูกเก็บเป็นความลับนานหลายสิบปี

      ในปี ค.ศ. 2014 เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปีวันดีเดย์ รัฐบาลฝรั่งเศสได้มอบเครื่องอิสริยาภรณ์ เลฌียงดอเนอร์ ชั้นอัศวิน (Chevalier de la Légion d'honneur) ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสให้แก่เธอ

        ต่อมาในปี ค.ศ. 2023 พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ยังทรงพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE เพื่อยกย่องผลงานของเธอในสงครามโลกครั้งที่สอง

อำลาวีรสตรีผู้ไร้เงา

       ฟิลลิส ลาตูร์ ดอยล์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2023 ที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ อายุ 102 ปี

เธอเป็นหนึ่งในสายลับหญิงคนสุดท้ายของ SOE ที่ยังมีชีวิตอยู่

        แม้เธอจะไม่เคยนำเรื่องราวของตนเองมาโอ้อวด แต่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในปัจจุบันยืนยันตรงกันว่า ข่าวกรองที่เธอส่งกลับอังกฤษมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตรในนอร์ม็องดี

เกร็ดน่าสนใจ

• ฟิลลิสสูงเพียงประมาณ 152 เซนติเมตร ทำให้เธอดูเป็นหญิงสาวธรรมดาที่ไม่มีพิษภัย

• เธอทำงานเพียงลำพัง ไม่มีเครือข่ายสนับสนุนขนาดใหญ่เหมือนสายลับหลายคน

• นักประวัติศาสตร์บางคนยกย่องว่าเธอเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่วิทยุภาคสนามที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ SOE ในฝรั่งเศส

• ตลอดภารกิจ เธอไม่เคยถูกเปิดโปงตัวตน แม้จะปฏิบัติงานอยู่หลังแนวข้าศึกนานหลายเดือน

         เรื่องราวของฟิลลิส ลาตูร์ ดอยล์ เป็นเครื่องเตือนใจว่า ชัยชนะในสงครามไม่ได้เกิดจากนายพลหรือกองทัพเพียงอย่างเดียว

        บางครั้ง มันเกิดจากหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่ง ที่ขี่จักรยานผ่านหมู่บ้านเงียบ ๆ ในฝรั่งเศส พร้อมรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในเส้นผม

และความกล้าหาญของเธอ ได้ช่วยเปลี่ยนเส้นทางของประวัติศาสตร์โลก

เจาะเวลาหาอดีต
แหล่งอ้างอิง

1. Imperial War Museums – Oral History of Phyllis Latour Doyle

2. Special Operations Executive Archive, National Archives (UK)

3. Ministry for Culture and Heritage, New Zealand – Phyllis Latour Doyle Biography

4. The Telegraph, Obituary: Phyllis Latour Doyle (2023)

5. The New Zealand Herald, October 2023 – Death of WWII SOE Agent Phyllis Latour Doyle.

โดย มงคล ลีลาธรรม
นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100