เวียนนาโค่นอนุสาวรีย์อดีตนายกเทศมนตรีกลางถนน Ringstraße ลงอย่างเจ็บแสบที่สุด
เวียนนาโค่นอนุสาวรีย์อดีตนายกเทศมนตรีกลางถนน Ringstraße ลงอย่างเจ็บแสบที่สุด
โดยไม่แตะต้องโลหะเลยแม้แต่ชิ้นเดียวค่ะ
ลองจินตนาการถึงใครคนหนึ่ง คนที่ทำคุณงามความดีจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวเมือง
แต่คนเดียวกันนี้ กลับเป็นคนที่ผู้นำเผด็จการที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป เขียนถึงในเวลาต่อมา ด้วยความชื่นชมแบบไม่ปิดบัง
เมืองจะทำอย่างไรกับรูปปั้นของเขา...
รูปปั้นสำริดขนาดใหญ่กว่าตัวจริง ตั้งตระหง่านอยู่ที่จตุรัส Karl-Lueger-Platz ริมถนน Ringstraße มาตั้งแต่ปี 1926
Karl Lueger คืออดีตนายกเทศมนตรีเวียนนาช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 เขาคือผู้สร้างระบบน้ำประปา โรงพยาบาล ไฟถนน และระบบขนส่งสาธารณะที่ทำให้เวียนนากลายเป็น metropolis สมัยใหม่ จนถึงทุกวันนี้
แต่ในอีกหน้าประวัติศาสตร์ เขาคือผู้ที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยการบุกเบิกลัทธิเกลียดชังชาวยิว ใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงทางการเมือง และเป็นไอดอลที่ชายชื่อ Adolf Hitler เคยออกปากชื่นชม
ปัญหาของเมืองนี้ก็คือ เมื่อประวัติศาสตร์ของชายเจ้าของรูปปั้นนี้ สร้างทั้งคุณูปการและบาดแผลมหาศาล พวกเขาจะจัดการกับรูปปั้นชายคนนี้อย่างไร
ถ้าทุบทิ้ง ก็เท่ากับแสร้งทำเป็นว่าเขาไม่เคยมีตัวตน ซึ่งนักประวัติศาสตร์มองว่าความว่างเปล่าไม่ได้ช่วยให้สังคมเรียนรู้อะไร แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างสง่างามเหมือนเดิม ก็เท่ากับเมืองนี้ยังคงหลับตาข้างหนึ่งเชิดชูคนที่มีแนวคิดเกลียดชังเพื่อนมนุษย์อยู่ดี
ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา มีคนแอบมาฉีดพ่นคำว่า 'SCHANDE' ที่แปลว่า ความอัปยศ บนฐานรูปปั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมืองลบออก คนก็กลับมาพ่นใหม่ เป็นอย่างนี้อยู่หกปี
ปี 2022 เวียนนาจัดการประกวดเพื่อเปิดรับแนวทาง contextualize จัดวางบริบทให้กับอนุสาวรีย์นี้
ไม่ใช่รื้อทิ้ง แต่ต้องทำให้มันรู้สึกผิด
สุดท้าย ศิลปินชื่อ Klemens Wihlidal ชนะไปด้วยแนวคิด
'เอียงทั้งรูปปั้นทั้งฐานไป 3.5 องศา'
3.5 องศา ไม่ใช่ตัวเลขที่สุ่มขึ้นมา
แต่มันคือค่าต่ำสุดที่ระบบประสาทมนุษย์จะรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกที่ โดยไม่รู้ว่าคืออะไร
เป็นองศาที่น้อยพอจะไม่ทำให้รูปปั้นพังทลายลงมา แต่มากพอที่จะสร้างความระคายเคืองสายตาให้กับทุกคนที่เดินผ่าน
Wihlidal เรียกมันว่า 'Denkmalsturz im Freeze-Modus'
การโค่นอนุสาวรีย์ ในโหมดหยุดนิ่ง
รัฐบาลเมืองอนุมัติงบ 776,000 ยูโร เพื่อทำการ 'งัด'ฐานของรูปปั้นสำริดสูงตระหง่านนี้ ให้เอียงลงไปทางขวา 3.5 องศา
มันเปลี่ยนสถานะจาก Denkmal (อนุสาวรีย์เชิดชูเกียรติ)
ให้กลายเป็น Mahnmal (อนุสรณ์เตือนสติ) ในพริบตา
โดยไม่ได้แตะสำริด ไม่ได้กระเทาะหิน ไม่ได้ย้ายรูปปั้นออกจาก Ringstraße แม้แต่เซนติเมตรเดียว
แต่จงใจปล่อยให้รูปปั้นนี้ยืนอยู่ในสถานะที่สูญเสียจุดศูนย์ถ่วงไปตลอดกาล
วันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้เอง รั้วก่อสร้างถูกรื้อออก มีเพียงการแถลงข่าว แต่ไม่มีพิธีเปิดใดๆ ทั้งสิ้น
กลุ่มนักศึกษาชาวยิว JöH ยืนประท้วงอยู่ด้านนอก ด้วยข้อเรียกร้องให้รื้อทิ้ง
ประธานร่วมของกลุ่มผู้ชุมนุมกล่าวว่า ก่อนบูรณะ รูปปั้นที่มีคำว่า SCHANDE ฉีดพ่นอยู่นั้น มีบริบทกว่ารูปปั้นที่ถูกทำความสะอาดเสียอีก เพราะในการเตรียมรูปปั้นให้พร้อมเอียง เมืองได้ลบหลักฐานทั้งหมดของความโกรธแค้นของประชาชนออกไปพร้อมกันทั้งหมด
แต่พรรคการเมืองฝ่ายขวา FPÖ ตอบโต้จากอีกด้านว่า ทั้งหมดนี้ผลาญงบประมาณเมืองไปแล้วหลายแสนยูโรอย่างไร้สาระ ขอแค่เอาป้ายอธิบายบริบทธรรมดาไปตั้งไว้ก็พอแล้ว
ผู้สื่อข่าวถาม Kulturstadträtin สมาชิกสภาเทศบาลฝ่ายวัฒนธรรม ว่าทำไมไม่มีพิธีฉลองเลยสักนิด
เธอตอบสั้นๆ
'Was sollen wir denn dann feiern?'
'แล้วเราจะฉลองอะไรกัน'
นี่คือเวียนนาค่ะ
เมืองที่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง จะไม่ลบประวัติศาสตร์ที่น่าอายทิ้ง พวกเขาแค่เลือกที่จะวางมันไว้ในมุมที่ไม่มีวันกลับมาสง่างามได้อีกต่อไป
ถ้าวันนี้เราเดินผ่านจตุรัสที่ว่า แล้วรู้สึกว่ารูปปั้นตรงหน้ามัน'เอียง' ไม่ต้องตกใจว่าตัวเองตาฝาดนะคะ
ถ้ารู้สึกขัดตา ไม่สบายใจ ไม่สมดุล
แสดงว่ามันทำหน้าที่ได้ถูกต้องแล้ว
Karl Lueger ยืนตรงบน Ringstraße มา 99 ปี
ไม่มีใครกล้าแตะ ไม่มีใครกล้ารื้อ
สิ่งเดียวที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ในที่สุด ไม่ใช่ค้อนสักอัน
แค่ 3.5° เท่านั้น
Visuals & Stories by Nookpixel
📍Dr.-Karl-Lueger-Platz, 1010 Wien
นั่งรถไฟใต้ดินสาย U3 ลงสถานี Stubentor (เลือกทางออก Dr.-Karl-Lueger-Platz) พอขึ้นบันไดเลื่อนมา จะเจอกับความเอียง 3.5 องศาตั้งรออยู่ตรงหน้าทันทีค่ะ
#VonWien #วนเวียนนา #KarlLueger #Vienna #เวียนนา #CivicDesign #ประวัติศาสตร์ยุโรป #เรื่องเล่าจากเวียนนา #ViennaHistory
โดย มงคล ลีลาธรรม
นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไท














